sbobet,มิโนทอร์,เขาวงกต

ตำนานแห่งสัตว์ประหลาด ที่มีหน้าเป็นวัว ตัวเป็นคน มิโนทอร์ Minortaur มักปรากฏอยู่ในหนัง นิยาย หรือแม้แต่เกม ต่างๆ แต่ว่า เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ มีที่มาอย่างไรกันนะ ???

มิโนทอร์  Minortaur ตำนานแห่งสัตว์ประหลาด ผู้ถูกจองจำในเขาวงกต

มิโนทอร์ เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าสงสารเอาการเพราะแม้จะเป็นถึงลูกเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน แต่ก็เป็นลูกที่ประหลาดตัวเป็นคนหัวเป็นวัวเกิดจากการผิดคำสัญญาของผู้ใหญ่แท้ๆ แต่บาปกลับมาลงที่ตัวมัน เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อไมนอส(Minos) พยายามที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์กษัตริย์ของครีต (Crete)ในการทำดังนั้น ไมนอสต้องชนะใจ ชาวครีต และอ้างว่าเทพเจ้าก็เห็นดีเช่นกัน ดังนั้นเทพเจ้าจะตอบรับคำขอทุกข้อของเขาอีกด้วย ชาวครีตอาจจะไม่ค่อยพอใจ การที่ไมนอสจะขึ้นเป็นกษัตริย์เท่าไร จึงท้าให้เขาขอ โปไซดอน (Poseidon) เจ้าแห่งสมุทร ให้ส่งวัวพ่วงพีขึ้นมาจากทะเล ให้ดูเป็นขวัญตา มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ ว่าแล้วชาวครีตทั้งหมดก็ติดตามไมนอสไปที่ริมหาด เพื่อเฝ้ามองไมนอสทำพิธีดังกล่าว ไมนอสได้พยายามเฝ้ววิงวอนเทพเพื่อให้พระองค์ ส่งวัวขึ้นมาให้ตามที่ชาวครีตท้า และสัญญาว่าจะฆ่าวัวตัวนั้นเป็นการบูชายัญ เพื่อเป็นการสรรเสริญเกียรติแห่งโปไซดอนทันที ไมนอสใช้เวลาไม่นานสิ่งประหลาดอย่างหนึ่งก็เกิดขึ้น ในท่ามกลางความแตกตื่นและประหลาดใจของชาวครีต ที่กำลังจ้องมองดูทะเลตรงหน้า น้ำทะเลก็แตกออกเป็นช่อง วัวสีขาวพ่วงพีที่งดงามตัวหนึ่งปรากฏขึ้น และว่ายตรงมาเข้าฝั่งดังคำวอนของไมนอส คำท้าทายของชาวครีตกลายเป็นความจริง ไมนอสจึงได้รับการเลือกเป็นกษัตริย์สมเจตนารมณ์ ถ้าเพียงแต่เมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว พระองค์รักษาสัญญาที่ให้ไว้ เรื่องก็คงไม่บานปลายหรอก แต่ไมนอสก็ไม่สามารถทำได้ สัญญาที่ให้ไว้กับเทพถูกลืมเลือน วัวสีขาวตัวนั้นช่างงดงามจนพระองค์ไม่กล้าเชือดมัน ได้แต่ปล่อยมันไว้กับฝูงสัตว์ของพระองค์ และทำการบูชายัญวัวธรรมดาๆ ไปให้โปไซดอน โปไซดอน -เจ้าแห่งสมุทร ซึ่งได้รับการบูชายัญอย่างบิดเบือน ย่อมรู้สึกคั่งแค้นกับการทรยศต่อคำมั่นสัญญา อย่างที่ไมนอสทำกับ พระองค์ยิ่งนัก และแล้วพระองค์ก็คิดวิธีแก้แค้นเจ้าคนโฉดได้… โปไซดอนสาปให้ ปาซิฟาอี (Pasiphae) มเหสีของไมนอส หลงรักวัว! ปาซิฟาอีที่ต้องคำสาป เธอเฝ้าทุ่มเทดูแลวัวของเทพเจ้า เฝ้าโอบกอดทะนุถนอมลูบไล้อย่างเสน่หายิ่ง เจ้าหล่อนถึงขนาดสั่งการให้ตามตัว แดดาลุส (Daedalus) นักประดิษฐ์มาที่ครีต เพื่อให้ทำอะไรอย่างหนึ่งค่อนข้างน่าตระหนก สำหรับตัณหาของนางเชียวละ เพราะปาซิฟาอี สั่งสร้างแม่วัวปลอมขึ้น เพื่อตบตาเจ้าวัวหนุ่ม โดยนางจะเข้าไปหมอบสวมรอย อยู่ใต้ร่างแม่วัวปลอมตัวนี้ คอยให้วัวงามของโปไซดอน มาร่วมอภิรมย์กับนาง หลังจากที่ปาซิฟาอีมีอะไร กับวัวหนุ่มได้ไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์ ครั้นครบถ้วนทศมาส นางก็คลอดบุตรออกมา ความลับทั้งหลาย ที่พึงปิดบังไว้มานานก็แตกตอนนี้ล่ะ ในเมื่อพยานที่เกิดใหม่น่ะ มันนอนยันอยู่ข้างหน้า มันคือทารกประหลาด ที่มีหัวเป็นวัวตัวเป็นคน ไมนอสแทบกระอักเพราะความอับอาย พระองค์เพิ่งนึกได้ว่านี่คือการแก้แค้น ของเจ้าสมุทรทำกับพระองค์ แม้ว่าจะต้องการสังหาร เจ้าเด็กปีศาจนี่ทิ้งเพียงไร แต่ไมนอสก็ต้องทนขมขื่นเลี้ยงมันไว้ เพราะพระองค์เกรงว่าหากทำอะไรเป็นที่ขุ่นเคืองโปไซดอนซ้ำสอง คราวนี้ครีตอาจจะไม่พ้นความพินาศ ชาวครีตพากันเรียกขานมันว่า มิโนทอร์ ซึ่งแปลว่า โอรสวัวแห่งไมนอส มันเป็นสัตว์ประหลาดเติบโตอย่างรวดเร็วมากไม่ช้าเขาเล็กๆของมันก็เติบโต วงกว้างกว่าแขนคนเหยียดออก และกลายเป็นสัตว์กระหายเลือด ต้องการกินเนื้อคนเป็นอาหาร

sbobet,มิโนทอร์,เขาวงกต ไมนอสได้ทำสิ่งหนึ่ง ที่จะสามารถยับยั้งสัตว์ร้ายตัวนี้ไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านหาคนกินตามอำเภอใจ ด้วยการสั่งแดดาลุส- นักประดิษฐ์ ให้สร้างคุกที่ไม่มีทางออก แดดดาลุสจึงได้สร้างห้องโถง ที่มีทางเข้าทางออกวกวนน่าเวียนหัวมีทั้งชั้นล่างและชั้นบน เป็นเขาวงกต (Labyrinth)คุกอย่างนี้มิโนทอร์ไม่สามารถออกไปได้จริงๆเสียด้วย ในเวลาเดียวกับที่มิโนทอร์เกิด โอรสอีกองค์ของไมนอสคือ แอนโดรอุส(Androgeus) ได้เดินทางไปสู่เอเธนส์ เพื่อเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิก แอนโดรจีอุสเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถมาก เขาจึงชนะการแข่งขันหลายรายการจนทำให้ชาวเอเธนส์ชักเกิด ความไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะได้ชัยชนะในกีฬาอีกครั้ง ธีสซูสโรยด้ายมาตามทางเดินที่วกวน

….เกิดจากกรรมของผู้อื่น ทั้งยังต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อ มิโนทอร์ น่ากลัว หรือน่าสงสาร

 

 

MAXBET,IBC,ยูโร2016,ฝรั่งเศส,สวิสเซอร์แลนด์,โรมาเนีย,แอลบาเนีย

คืนนี้ 19 มิถุนายน 2559 มีฟุตบอลยูโร 2016 ให้ทุกท่านได้ตามลุ้นตามเชียร์ ไปกับ MAXBET ทั้งหมด 2 คู่ ซึ่งลงแข่งขันพร้อมกันทั้ง 2 คู่ เวลา 02.00 น. ฝรั่งเศส vs สวิตเซอร์แลนด์ และ โรมาเนีย vs แอลบาเนีย

วิเคราะห์ก่อนเกมการแข่งขัน ยูโร2016 MAXBET เว็ป CASINO อันดับหนึ่งของเอเชีย

คู่แข่งขัน : ฝรั่งเศส vs สวิตเซอร์แลนด์
เวลาแข่งขัน : 20 มิถุนายน 2559 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 HD (33) ช่อง 3
MAXBET,IBC,ยูโร2016,ฝรั่งเศส,สวิสเซอร์แลนด์

ทรรศนะ #ทีเด็ด ฟุตบอลวันนี้
*ฝรั่งเศสเอาชนะแอลเบเนีย แบบหืดจับ 2-0 ในนัดที่แล้วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมเป็นที่เรียบร้อย แต่ว่างานนี้ยังคงต้องเน้นเนื่องจากต้องการเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้ เพราะว่าหากแพ้จะร่วงมาเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มมีโอกาสชนของแข็งอย่างเยอรมัน หรือโปแลนด์ก็เป็นได้ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์รองจ่าฝูงนัดที่แล้วเสมอโรมาเนีย 1-1 โอกาสเข้ารอบยังมีมากกว่าโรมาเนียอันดับ 3 แต่ว่าอย่างน้อยเกมนี้ต้องไม่แพ้ คู่นี้จากชื่อชั้นฝรั่งเศสเหนือกว่าแม้ฟอร์มจะไม่ค่อยดีในสองนัดแรกแต่ก็แสดงให้เห็นถึงมาตราฐานที่สูง นัดนี้บรรดาตัวรุกอย่างชิรูด์, ปาเยต, กรีซมันน์ พร้อมล่าตาข่าย ส่วนสวิตเซอร์แลนด์เกมนี้ขอรับเต็มสูบเพื่อหนึ่งแต้ม แต่ว่าคงต้านยาก จากสถิติพบกันหกครั้งไม่เคยชนะฝรั่งเศส เจอกันหนหลังสุดในบอลโลก2014 ฝรั่งเศสถล่มยับ 5-2 มองแล้วเลือกจับต่อเจ้าภาพไปดีกว่า

 

 

คู่แข่งขัน : โรมาเนีย vs แอลบาเนีย
เวลาแข่งขัน : 20 มิถุนายน 2559 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 SD (28) ช่อง CTH1
MAXBET,IBC,ยูโร2016,โรมาเนีย,แอลบาเนีย

ทรรศนะ #ทีเด็ด ฟุตบอลวันนี้
“ผีดิบ” โรมาเนีย โอกาสเข้ารอบยังมี หากเกมนี้ชนะได้เยอะๆ แล้วสวิตเซอร์แลนด์แพ้ฝรั่งเศสพวกเขาจะแซงเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอ ยิ่งกว่านั้นชัยชนะนัดนี้ยังสำคัญเพราะอาจหมายรวมถึงการเข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุดได้ด้วยมองแล้วแรงจูงใจมาเต็ม ตรงกันข้ามกับแอลเบเนียที่แพ้สองนัดรวดตกรอบไปแล้ว วันนี้เล่นให้ครบโปรแกรมเท่านั้นเอง ซึ่งจากสถิติเจอกันมาห้าครั้ง โรมาเนียชนะสาม เสมอสองไม่มีแพ้ ขณะที่แอลเบเนียนับย้อนไปในเกมรอบคัดเลือดปรากฎว่าหกนัดหลังชนะหนึ่งนัด แพ้ถึงสี่นัด ที่สำคัญเกมรุกยิงคู่ต่อสู้ไม่ได้ถึงห้านัด มองแล้วมั่นใจจับต่อโรมาเนียไม่ผิดหวัง

MAXBET,IBC

*** โรมาเนีย เชียร์เป็นตังค์****

 

 

…..แม็กเบ็ท เว็ปแทงบอลออนไลน์ 24 ชั่วโมง ตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย ต้องการ สมัครสมาชิก หรือ ขอรับรหัสทดลอง เข้าชมก่อนได้ โดยติดต่อฝ่ายบริการ โทร097-456-7891,097-456-7892 Line ID: maxbet.co

sbobetm,มวยหย่งชุน

กว่า 250 ปีมา มวยหย่งชุน sbobet แล้วรัชสมัยของกษัตริย์ หยวนเซ็ง แห่งราชวงศ์ ชิง วัดเส้าหลินได้ถูกวางเพลิงโดยทหารมองโกล
การวางเพลิงครั้งนี้จึงส่งผลให้ 5 ปรมาจารย์ อาวุโสของ วัดเส้าหลินพร้อมลูกศิษย์ต้องฝ่าทหารมองโกล ลงทางใต้ของเมืองจีน ปรมาจารย์ทั้ง 5 ได้แก่ หลวงจีนจี้ส่าน, แม่ชีไบ๋เหมย, แม่ชีหวู่เหมย, หลวงจีนฟองโตตั๊ก, หลวงจีนเมียงหิ่นรวมทั้งศิษย์ ฆราวาส ได้แก่ หงซีกวน ฟางซื่อยี่, ลกอาซาม, ถงเชียนจิน, หวูเว่ยฉวน, ชายหมี่จิ้ว และอื่นๆ
ปรมาจารย์ จี้ส่าน สอนศิษย์ ฆราวาสมากมายและได้นำศิษย์หล่านี้ต่อต้านแมนจู ในบรรดาศิษย์เหล่านี้นำโดยศิษย์พี่ชื่อ หงซีกวน, ตงซินทุน, ฉอยอาฟุก พวกเขาปฏิบัติการในเรือแดง โดย จี้ส่านได้ปลอมตัวเป็น พ่อครัวของคณะงิ้วเรือแดง

มวยหย่งชุน sbobet ปรมาจารย์สุดยอดแห่งการโจมตี counter

sbobetm,มวยหย่งชุน
ส่วนปรมาจารย์ แม่ชีหวู่เหมย ได้หนีความวุ่นวายทั้งปวงไปยัง วัดกระเรียนขาวบนเขาไท่ซาน ในขณะเดียวกันได้คิดค้นวิทยายุทธ์แขนงใหม่ ซึ่งแตกต่างและมีประสิทธิภาพดีกว่าวิชาที่ได้เรียนจากวัดเส้าหลิน วิชานี้ แม่ชีได้ พบจุดเริ่มต้นโดยบังเอิญเมื่อเธอได้เห็น จิ้งจอกต่อสู้กับนกกระเรียน ซึ่งจิ้งจอกวิ่งวนไปรอบๆนกกระเรียนเป็นวงกลมหวังหาจังหวะจู่โจมนกกระเรียน แต่นกกระเรียนอยู่ในศูนย์กลางวงกลม หันหน้าเข้าหาจิ้งจอกตลอดเมื่อจิ้งจอกโจมตีนกกระเรียนก็ปัดและจิกโดยไม่วิ่ง ออกจากวงกลมอาศัยการป้องกัน sbo mobile และโจมตีในเวลาเดียวกัน จากจุดนี้คือการค้นพบพื้นฐานของมวยชนิดใหม่

 

การต่อสู้ของมวยชนิดนี้คืออาศัยหลักการต่อสู้อันแยบยลตามหลักธรรมชาติของการหลบหลีก การเคลื่อนไหวด้วยการปะทะแบบสลายแรงอย่างรวดเร็วพร้อมโจมตีเป็นเส้นตรงในเวลาเดียวกัน ทั้งรุกและรับในจังหวะเดียวกัน โดยการใช้โครงสร้างและสรีระของร่างกายแทนกำลังของมือและเท้าในการทำลายคู่ ต่อสู้
ต่อมา แม่ชีหวู่เหมยได้รับลูกศิษย์ ซึ่งเป็นผู้หญิงชื่อ เหยิ่นหย่งชุน ได้ถ่ายทอดวิชายุทธย์แขนงใหม่นี้ให้ sbo thai และฝึกฝนจนสามารถป้องกันตนเองได้แล้ว หย่งชุนจึงลงเขา ไท่ซ่านกลับไปหาบิดา จากนั้นหย่งชุนได้เอาวิชานี้สู้กับพวกอันธพาลที่มารังควานและรังแกประชาชนใน มลฑลนั้นจนชนะทั้งหมดจึงสร้างชื่อเสียงขึ้นมา
หลังจากนั้นหย่งชุนได้แต่งงานกับ เหลือง ปอกเชา และพยายามจะสอนวิชานี้ให้กับสามีแต่สามีไม่ยอมฝึกเพราะตัวสามีนั้นได้ฝึกฝน มวยเส้าหลินมาอย่างช่ำชองแล้วแต่หย่งชุนก็ได้แสดงฝีมือและได้เอาชนะสามีทุก ครั้งสุดท้ายสามีจึงยอมเรียนวิชานี้กับภรรยา และจากจุดนี้จึงได้ตั้งชื่อมวยแขนงใหม่นี้ว่า หย่งชุน ตามชื่อภรรยา

 

หญิงทั้งๆมีรูปร่างเล็ก และบอบบางกว่าผู้ชายแต่แรงของผู้หญิงจะไปสู้กับแรงผู้ชายได้อย่างไรกันมวยหย่งชุนเป็นมวยผู้หญิง หลักวิชาต่างๆที่ถูดคิดค้นขึ้นในวิชานี้ เน้นสำหรับผู้หญิง หย่งชุน ใช้สรีระที่ถูกต้องบวกกับความเข้าใจแรงที่แตกฉานและการฝึกฝนที่ถูกหลักวิชา มีทั้งอ่ออนและแข็ง (ไม่ใช่มวยอ่อนอย่างเดียว)และขอเน้นว่าไม่ได้เน้นกำลังภายในอะไรทำนองนั้น แต่ใช้ความเข้าใจทางสรีระและวิทยาศาสตร์หว่องว่าโป๋ว และเหลียงหยี่ไท่วิทยายุทธ์หย่งชุนคงจะไม่มีในวันนี้หากเหลี่ยงหล่านไกวไม่สอนใครเลย แต่ว่าเขาได้สอน หว่องว่าโป๋ว นักแสดงงิ้วแห่งคณะงิ้วเรือแดงเป็นการบังเอิญที่ปรมาจารย์ จี้ส่านก็ได้ปลอมตัวเป็นพ่อครัวในคณะงิ้วเช่นกัน จี้ส่านในเวลานั้นได้สอนลูกศิษย์อยู่จำนวนหนึ่ง เหลียงหยี่ไท นายคัดท้ายเรือคือหนึ่งนจำนวนศิษย์ซึ่งสนใจและได้รับการถ่ายทอดกระบองหกแต้ม ครึ่งหว่องว่าโป๋วและเหลี่ยงยี่ไท่ได้รู้จักชอบพอกันและแลกเปลี่ยนวิชากันหลังจากนั้นทั้งสองได้ดัดแปลงกระบองหกแต้มครึ่งโดยประยุกต์หลักการฟังด้วย การสัมผัสจากมวยหย่งชุนหรือชี้เสาและเรียกการฝึกฝนด้วยกระบองสัมผัสนี้ว่า ชี้กวัน
การชี้เสามีวิธีการฝึกโดยคู่ฝึกใช้แขนสัมผัสตลอดการฝึกฝนโดยต่างฝ่ายต่างฟังการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจากการสัมผัสในขณะที่พยายามปิดป้องและโจมตีในเวลา เดียวกันโดยใช้แม่ไม้มวยหย่งชุนระหว่างการฝึกแขนทั้งสองฝ่ายต้องไม่หลุดสัมผัส หรือแยกจากกันเลย

เหลียงจั่นเหลี่ยงยี่ไท่ได้สอนเหลียงจั่นศิษยืคนเดียวเมื่อเขาเกือบเขาสู่วัยชรา เหลียงจั่นเป็นหมอแผนโบราณชื่อดังแห่งฝอซาน แห่งมลฑลกวางตุ้ง เหลียงจั่นต่อมาได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งมวยหมัดหยงชุน หรือ ราชามวยประลองเนื่องจากนักมวยทั่วสารทิศได้มาประลองกับเหลี่ยงจั่น แต่ทุกคนก็ได้แพ้ไปในที่สุดเหลี่ยงชุน และเหลี่ยงปิ๊ก รวมทั้งหมกหยั่นหว่า(หว่าหุ่นไม้) ผู้มีแขนทังสองอันแข็งแกร่ง ลูกศิษย์ที่สำคัญของเหลียงจั่นคือฉันหว่าซุนหรือผู้แลกเงินเจ๋าฉิ่นหว่าผู้ ซึ่งได้แอบฝึกมวยหย่งชุนโดยมองผ่านเข้ามาตามซอกประตู จนกระทั่งเหลียงจั่นจับได้หลังจากที่เหลี่ยงซุ่นและฉานหว่าซุ่นได้ทำเก้าอี้ ตัวโปรดหักระหว่างประลองกันและรับเป็นศิษย์ในที่สุด

ว่า กำลังภายในนี้ จำลอง พิศนาคะ (ผู้แปลมังกรหยกคนแรก) แปลจากคำภาษาจีนว่า เน่ยกง และใช้กันแพร่หลาย แม้คำนี้จะกะทัดรัดดีแต่เมื่อจะอธิบายความหมายให้ชัดเจนไม่ใช่เรื่องง่าย ในที่นี้จึงเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า พลังภายในแทน

ตามหลักวิชาเต๋าและวิชาแพทย์จีน มนุษยืดำรงชีวิตอยู่และมีกำลังทำกิจกรรมต่างๆได้เพราะอาศัยพลังลมปราณ  พลังลมปราณนี้แบ่งออกเป็น พลังภายใน และพลังภายนอก(กำลังกาย)  โดยพลังภายในเป็นเรื่องการฝึกหรือบริหารกายให้เนื้อเยื่อและอวัยวะภายในแกร่งกล้าทนทาน ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสมรรถภาพ การฝึกต้องอาศัยการเดินลมปราณ ได้แก่การหายใจอย่างถูกวิธี มีจิตเป็นสมาธิ เกิดเป็นพลังเสริมสมรรถภาพร่างกายให้สูงขึ้นการฝึกลมหายใจและสมาธิต้องฝึกในอิริยาบถต่างๆกัน อาจใช้ท่าบริหารร่างกายแบบต่างๆเข้าช่วย เช่นท่าบริหารไท้เก็ก หรือการบริหารร่างกายด้วยมวยจีนชุดต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยสมาธิจิตและการหายใจที่ถูกต้องกำกับไปด้วยเป็นสำคัญ การหายใจถูกวิธีช่วยให้จิตสงบได้ง่าย    เมื่อจิตสงบดีแล้วย่อมเกิดพลังเกื้อหนุนสมรรถภาพทางกาย  ดังนั้นพลังภายในก็คือพลังจิตที่ผสานเสริมร่างกาย ทำให้พลังกายได้ประสิทธิผลที่ดีและสูงกว่าปกติ เพราะการหายใจอย่างถูกวิธีมีสมาธิจะช่วยให้การเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในดีขึ้น เช่นการยืดหดของกล้ามเนื้อกระบังลมที่เพิ่มขึ้นจากการหายใจลึก ทำให้หลอดเลือดขยาย ปรับระดับการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต อวัยวะภายในช่องท้องก็มีการเคลื่อนไหว  ทำให้อวัยวะเหล่านั้นแข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็เกิดความทรุดโทรมเสื่อมสลายน้อยที่สุด คนจีนจึงนิยมฝึกเพื่อถนอมรักษาร่างกาย ช่วยบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บที่นำไปใช้ต่อสู้เป็นเรื่องรอง มวยจีนจะอาศัยสมาธิจิตกำกับการเคลื่อนไหวของร่างกายช้าๆคามท่าที่กำหนดไว้ ดังหลักการที่กล่าวเป็นภาษาจีนว่า “ย่งอี้ปุ๊ย่งลี่ ใช้จิตไม่ใช้กำลัง”
ส่วนพลังภายนอกคือพลังกายที่ปรากฎออกมาเป็นกำลังงาน เช่น การยกของ วิ่ง กำลังกายนี้ต้องอาศัยพลังภายในเป็นรากฐานและสนับสนุนจึงจะแกร่งกล้าและให้ผลสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น คนป่วย ร่างกายแปรปรวน พลังแห่งชีวิตที่แผงอยู่ในกายลดน้อยลง กำลังกายย่อมถอยลงไปด้วย หรือกรณีที่คนขาดสมาธิ ทำอะไรก็มักผิดพลาด ไม่ได้ผลที่ดี แม้ว่าผู้นั้นจะร่างกายแข็งแรงหรือปราดเปรื่องอย่างไรก็ตาม ตามหลักของลัทธิเต๋ากล่าวว่า การดำรงอยู่ของมนุษย์ต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการคือ จิง ชี่ และเสิน จิง อาจแปลความหมายอย่างง่ายๆว่า ยอดแห่งพลัง มีมาพร้อมกับการกำเนิดของชีวิต มีลักษณะเป็นสารหลั่งภายในร่างกาย เป็นรากฐานส่วนหนึ่งของ ชี่ อันได้แก่พลังของร่างกาย พลังส่วนใหญ่นี้เกิดจากลมปราณและเป็นที่มาของกำลังกาย ส่วน เสิน คือจิต อันประกอบด้วยเจตนาและสติเป็นสำคัญ  จิง ชี่ และ เสิน นี้คือมูลรากสำคัญของพลังแห่งชีวิต การฝึกต้องประกอบด้วย 3 ส่วนคือฝึกจิงเป็นชี่โดยมีเสินคือเจตจำนงและสติเป็นตัวกำกับ

สรุปคือพลังภายใน คือพลังแห่งชีวิตอันเกิดจากองค์ประกอบของชีวิตทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายนามคือจิตอันมีเจตนาและสติเป็นสำคัญ โดยต้องอาศัยทั้ง2สิ่งควบคู่กัน ทำให้เกิดเป็นพลังงานภายในกายเมื่อใช้อย่างถูกวิธีมีสติกำกับแล้วจะมีพลานุภาพมากกว่าการใช้อย่างไม่ได้ฝึกควบคุม

ฉานหว่าซุนและศิษย์านหว่าซุนรับลูกศิษย์ทั้งหมดสิบหกคน มีศิษย์คนโตชื่อว่าหงึงชงโซว

ฉานหว่าซุนรับลูกศิษย์ทั้งหมดสิบหกคน มีศิษย์คนโตชื่อว่าหงึงชงโซว และศิษย์คนสุดท้ายคืออาจารย์ยิปมัน sbo ทางเข้า อาจารย์ยิปมันสะสมเงินเพื่อมาขอเป็นศิษย์อาจารย์ฉานหว่านซุนเมื่อเขาอายุ ได้ประมาณ 11 ปี อาจารย์ฉานหว่าซุนจึงรับยิปมันเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายและสอนยิปมันเป็น เวลา 6 ปีก่อนจะเสียชีวิตหลังจากนั้นยิปมันฝึกฝนต่อภายใต้การชี้นำของศิษย์พี่ใหญ่ หงึงชงโซว ยิปมันได้เข้าศึกษาต่อที่ฮ่องกง ด้วยความคะนองได้ท้าประลองไปทั่วฮ่องกงและความหึกเฮิมมีมากขึ้นเมื่อเขาชนะเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้พบคนแก่คนหนึ่งซึ่งผู้คนรู้จักกันดีว่ามีความสามารถ ยิบมันแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับชายแก่คนนนั้นซึ่งแท้จริงแล้วชายแก่ผู้ นั้นคือ เหลียงปิ๊ก อาจารย์อาบุตรเหลียงจั่น หรือศิษย์น้องของฉานหว่าซุนนั้นเอง ยิปมันหลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จึงลาอาจารย์กลับเมืองจีน
ยิปมัน และ ศิษยหลังจากที่คอมมิวนิสต์เข้าปฎิวัติประเทศจีน ยิปมันจึงอพยบมาที่ฮ่องกงอีกครั้ง และจึงเริ่มรับลูกศิษย์ทั่วไปมากมายมี ฮอกกิ่นเชียง และอื่นๆ อาจารย์เหล่านี้ได้เผยแพร่จนมีผู้ฝึกฝนทั่วโลกในบัจจุบันเป็น จำนวนมากมาย

 

บรู๊ซลีได้ไปอมเริกาและได้นำหมัดช่วงสั้นหนึ่งนิ้วและสามนิ้วไปสาธิตที่การ แข่งขันศิลปป้องกันตัวของ ed parker ครูมวยคาราเต้รับบอเมริกันแคมโบ้ (American kempo) จนเป็นที่ตื่นเต้นแก่ผู้สนใจเป็นจำนวนมากและเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ เคโต้ และอ้ายหนุ่มซินตึ้ง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ยิปมันเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นนัก เมื่อยิปมันไม่ยอมถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้กับบรู๊ซได้ในเวลาอันสั้นด้วยความผิดหวังบรู๊ซจึงได้คิดค้นมวยของตนเองขึ้นมาแล้วตัวชื่อว่า จิ๊ตคุนโด หรือวิชาหยุดหมัด สำหรับผู้ที่รู้จักมวยทั้งสองแล้วย่อมรู้ว่าบรู๊ซได้คงไว้ ซึ่งหลักวิชาหย่งชุนไว้อย่างมากยิปมันเสียชีวิตลงในปี ค.ศ 1972 และถูกยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ในยุคบัจุบันของหย่งชุน เคียงข้าง เซ็งหม่านชิง(แต้หมั่งแช-แต้จิ๋ว) แห่งสำนักไทเก็ก ยูอิชิบ้าแห่งสำนักไอคิโด ส่วนบรู๊ซลีเสียชีวิตอีกหนึ่งปีถัดมาเจี้ยงจูเสาไหล่ และอนันต์ ทินะพงศ์
บรู๊ซลีมีเพื่อนสนิทในโรงเรียนและสำนักมวย ชื่อเจี๊ยงฮกกิ่น ทั้งคู่เรียนหนังสือและวิชาป้องกันตัวและออกประลองด้วยกัน sbo เข้าไม่ได้ ทั้งคู่ฝึกภายใต้การชี้แนะของยิปมันและศิษย์พี่จอมราวีหว่องซัม เหลียงและเจียงจกเฮง เจียงฮกกิ่นนอกจากการศึกษาวิชามวยหย่งชุนแลวยังได้ศึกษามวยไทเก็กตระกูลวู และบัจุบันได้สอนมวยทั้งสองชนิดนี้เป็นการส่วนตัวที่ รํฐลอสแองเจิลลิส อเมริกาและได้รับศิษย์เอกในวิชาหย่งชุนคือจูเสาไหล่
อาจารย์จูเสาไหล่ศึกษาศิลปป้องกันตัวตั้งแต่เล็กๆในวิชาคาราเต้โชชินริว ต่อมาได้ฝึกมวยตระกูลหงทั้งหมดในฐานะศิษย์เอกจากยี่จีเหว่ย ศิษย์อาจารย์ต๋องฟ้งศิษย์อาจารย์หวองเฟยหง อาจารย์จูเสาไหล่ได้ให้ความสนใจหมัดหย่งชุนมาเป็นเวลานานจึงได้เริ่มหัดมวย หยงชุน กับ อากว้าน ศิษย์หย่งชุนสำนักซีมเซียวซาน หลีหมุ่ยซาน ศิษย์อาจารย์หมุ่ยยัดศิษย์อาจารย์ยิปมัน อาจารย์จูเสาไหล่ยังได้พัฒนาตัวเองเพิ่มเติมจากอาจารย์หลุ่ยหยันซัน ราชากระบองแดนใต้และมวยซิ่งยี่หมัดจากใจและไทเก็ก อาจารย์จูเสาไหล่ยังศึกษาเพิ่มเติมจากอาจารย์ฮอกกิ่นเป็นครั้งคราวเมื่อ อาจารย์อยู่ลอสแองเจิลลิส อเมริกา จึงได้กราบเป็นศิษย์อาจารย์ฮอกกิ่นจนถึงทุกวันนี้
อาจารย์อนันต์ได้เรียนรู้วิชาป้องกันตัวตั้งแต่อายุ 11 ปี ในวิชาเทควันโด้และมวยเสี้ยวลิ้มใต้จากอาจารย์คันศรเป็นเวลา 6-7 ปี และมวยไทยเมื่อคุณพ่อได้เปิดค่ายมวยไทยหลังจากนั้นจึงเดินทางไปเรียนต่อที่ อมเริกาขณะที่อยู่อมเริกาอาจารย์อนันต์ได้คลุกลีกับศิลปป้องกันตัวโดยตลอด โดยได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายอุปกรณ์กีฬาป้องกันตัวเป็นเวลา10ปีที่นี่เอง อาจารย์อนันต์ได้พบกับอาจารย์จูเสาไหล่จนเป็นมิตรที่สนิทและได้แลกเปลี่ยน วิชากันถ้าใครแพ้ก็ต้องเรียนวิชาอีกฝ่ายหนึ่งและก็ต้องถ่ายทอดสื่งที่ตนเรียนมาให้โดยไม่มีเงื่อนไขอาจารย์อนันต์ได้เรียนรู้วิชาหย่งชุนกับอาจารย์จูเสาไหล่เป็นเวลาหลายปีก่อนจะกลับเมืองไทยในปี ค.ศ. 1988 จากนั้นจึงเริ่มสอนวิชามวยหย่งชุนเป็นต้นมา

sbobet,เกาะเสม็ด

เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า เกาะเสม็ด sbobet ตั้งอยู่ในเขต ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่  อยู่ห่างจากฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร  ลักญณะภูมิประเทศของเกาะเสม็ดเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร และส่วนที่แคบที่สุดอยู่บริเวณอ่าวกิ่วนอก – อ่าวกิ่วใน ซึ่งกว้างประมาณ 100 เมตร มีภูเขาสลับซับซ้อนกันอยู่ 2-3 ลูก มีสันเขาเป็นแนวยาว ส่วนฐานของเกาะอยู่ทางด้านเหนือลงมาทางด้านใต้ ซึ่งหันเข้าสู่ฝั่งบ้านเพ sbobet login  ด้านฝั่งตะวันตกของเกาะเป็นหน้าผาสูง  และลาดชันลงสู่ด้านตะวันออกที่มีชาดหาดเว้าโค้ง  จึงทำให้เกิดชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง  ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือและตะวันออกขอในบริเวณปลายแหลมด้านใต้มีเกาะเล็กๆ อยู่ 3 เกาะ คือ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และเกาะหินขาว ซึ่งเป็นเกาะหินล้วน ไม่มีต้นไม้ เป็นที่อาศัยและวางไข่ของนกนางนวล

sbobet,เกาะเสม็ดเกาะเสม็ด sbobet สวยงาม

 ได้รับการขนานนามว่า ” เกาะแก้วพิศดาร ” เป็นเกาะที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของวรรณกรรมไทย ในยุคต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ sbobet login online ดังปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่อง พระอภัยมณี ซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ของ ท่านสุนทรภู่ กวีเอกของไทย สาเหตุที่ถูกขนานนามว่า ” เกาะแก้วพิศดาร ” อาจจะมีที่มาจากหาดทรายบนเกาะเสม็ดนั้น ที่ขาวราวกับแก้วที่มีอยู่ทั่วไปทั้งเกาะก็เป็นได้ตามประวัติเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปแล้วที่มาของชื่อ “ เกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป” นั้นมาจากการที่บนเกาะมีต้นเสม็ดขาว แลเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก ซึ่งในอดีตชาวบ้านไก้นำมาใช้ทำไต้จุดไฟ ทำให้เกาะแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปนั้นเองบนเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปไม่มีแม่น้ำลำคลอง ประมาณร้อยละ 8 ของพื้นที่ เป็นภูเขาและป่าไม้เบญจพรรณ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กันยายน ช่วงเดือนพฤษภาคม มีมรสุมและคลื่นลมจัดมาก เดือนสิงหาคมมีฝนตกชุก คนที่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวเกาะที่อาศัยอยู่แต่ดั้งเดิมใช้ชีวิตอยู่กับทะเล ลักษณะแบบแบ่งปันกันรู้จักกันแบบทุกบ้าน ส่วนช่วงที่ไม่มีมรสุมจะเป็นฤดูท่องเที่ยว เนื่องจากบนเกาะมีเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  ที่มาพักผ่อนเที่ยวชมกันตลอดทั้งปี ทางด้านตะวันออกและเหนือ มีอ่าวและหาดทรายสวยๆ หลายแห่งเรียงต่อกัน  เริ่มตั้งแต่ อ่าวน้อยหน่าอ่าวลูกโยน  หาดทรายแก้ว  อ่าวไผ่  อ่าวทับทิม  อ่าวนวล  อ่าวช่อ  อ่าววงเดือน  อ่าวแสงเทียน  อ่าวหวาย  อ่าวกิ่ว  โดยที่หาดทรายแก้วเป็นหาดทรายที่ขาวและยาวที่สุด ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ทุกอ่าวของเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปล้วนโดดเด่นด้วยแนวหาดทรายขาวสะอาด สลับกับโขดหินบ้าง บางอ่าวน้ำทะเลสวยใสเหมาะสำหรับการเล่นน้ำพักผ่อน จึงทำให้มีที่พัก รีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย จึงทำให้ฝั่งตะวันออกของเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทางตะวันตกของเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปคืออ่าวพร้าว ที่ชายหาดมีต้นมะพร้าวมากมายสมชื่่อ หาดทรายกว้างค่อยๆ เอียงลาดลงทะเล  sbobet login มือถือ หาดทรายสวย น้ำทะเลใส มีรีสอร์ทให้บริการเพียง 3 รีสอร์ทเท่านั้น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของเกาะตอนใต้ของเกาะคือบริเวณอ่าวปะการัง ที่มีแหล่งปะการังที่สวยงามเหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น บริเวณปลายแหลมด้านใต้มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ 3 เกาะ ได้แก่ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และหินขาว  ซึ่งเป็นที่อาศัยและวางไข่ของนกนางนวล มีแนวหินชายฝั่งรูปร่างแปลกๆ ไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ เพราะระดับน้ำลึกและมีน้ำวนแต่เป็นก็แหล่งตกปลาที่ดีเช่นกัน  และยังสามารถเดินข้ามปลายแหลมตรงบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยาน ฯ เพื่อไปชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย

การเดินทางบนเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป

บนเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปมีถนนเพียงสายเดียว เป็นทั้งถนนคอนกรีต และถนนดิน บนเกาะมีรถสองแถวบริการเริ่มจากท่าเรือหน้าด่านไปตามหาดต่าง ๆ แล้วไปสิ้นสุดที่อ่าวปะการัง ราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง หรือแล้วแต่จะตกลงกัน ราคาค่ารถสองแถวเริ่มต้นที่ราคา 10–100 บาท หากต้องการจะเหมาเที่ยวทั้งเกาะราคาประมาณ 1,500 บาท

เดินทางไปเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ถึง ระยอง เดินทางไปได้หลายเส้นทาง

เส้นทางที่ 1   ไปตามทางหลวงหมายเลข 34 บางนา-ตราด ขับมาเรื่อยจนถึงแยก “ชลบุรีเลี่ยงเมือง” หรือเมื่อขับเข้าเส้นบางนา-ตราด แล้วขึ้นทางยกระดับโทลเวย์ 40 กว่ากิโลเมตร ทางสิ้นสุดที่บางปะกง เมื่อลงทางยกระดับแล้ว ให้มองป้ายทางซ้ายมือที่เขียนว่า “ชลบุรีเลี่ยงเมือง” เลี้ยวเข้าเส้นนั้นมา ขับตามป้าย “พัทยา-ระยอง” เรื่อยมาจนสุดทาง ชลบุรีเลี่ยงเมืองจะมาชนกับทางหลวงหมายเลข 36 เลี้ยวไปตามป้ายระยอง จากจุดนั้นห่างจากตัวเมืองระยองประมาณ 60 กิโลเมตร ขับมาเรื่อย ๆ จากนั้นผ่านห้างบิ๊กซี (อยู่ทางซ้ายมือ ) ขึ้นสะพานข้ามแยกตรงมาเลยค่ะ ไม่ต้องเลี้ยวเข้าตัวเมืองระยองนะคะ ให้ตามป้าย “จันทบุรี-ตราด” มาเรื่อย ๆ เพื่อตรงมายัง บ้านเพ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองระยอง 19 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่านโรงงาน TPI ก็ขับไปตามป้าย “จันทบุรี” เหมือนเดิม ตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงสี่แยกหาดแม่รำพึง ขับตรงมาอีกประมาณ 5-7 นาที ก็จะเจอวัดเขาสำเภาทองทางซ้ายมือ เลยวัดเป็นสามแยกไฟแดง จะมีป้าย “บ้านเพ” ป้าย “เกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป” ให้เลี้ยวขวาเข้าบ้านเพมาเลยค่ะ (ถ้าเลยแยกบ้านเพแยกแรกนี้ไป จะมีอีกสามแยกหนึ่ง มีป้าย “อ่าวเพ” สามารถเลี้ยวขวาเข้าบ้านเพจากแยกนี้ได้เหมือนกันค่ะ )

จากแยกบ้านเพ เมื่อเลี้ยวเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตร จะเจอป้ายทางซ้ายมือว่า “สวนสน” และ “สถานีตำรวจภูธร ตำบลเพ” ให้เลี้ยวซ้ายมาตามป้ายนั้น (ถ้าเลยไปจะเป็นตลาดของฝากและทางตัน ) จากจุดนั้นตรงมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เจอโค้งหักศอก ให้ขับตามโค้งนั้นมา (มีป้ายท่าเรือนวลทิพย์บอกทาง ) แล้วมาเจอสามแยกศรีบ้านเพ ให้เลี้ยวซ้ายอีกที และตรงมาประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นสถานีตำรวจอยู่ซ้าย และจะเห็นท่าเรือนวลทิพย์สาขา 2 อยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกันเลย ส่วนท่าเรือนวลทิพย์ 1 จะเลยไปอีก 50 เมตรค่ะ

เส้นทางที่ 2   ไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เป็นระยะทาง 220 กิโลเมตร เมื่อถึงตัวเมืองระยอง ให้ขับตรงมาอีกประมาณ 19 กิโลเมตร จะถึงบ้านเพ ให้สังเกตป้าย “บ้านเพ-เกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป” ค่ะ

เส้นทางที่ 3   ไปตามทางหลวงหมายเลข 3 และแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 136.5 เข้าทางหลวงหมายเลข 36 เป็นระยะทาง 185 กิโลเมตร ขับมาเรื่อย ๆ จะเจอห้างบิ๊กซี ( กรุณาอ่านรายละเอียดตามเส้นทางที่ 1 ต่อค่ะ )

เส้นทางที่ 4   ไปตามทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด)  เกาะเสม็ด และเข้าทางหลวงหมายเลข 3138 โดยผ่านอำเภอบ้านบึง เป็นระยะทาง 179 กิโลเมตร ถ้าออกมาทางนี้เมื่อมาถึงระยองแล้ว ห้างบิ๊กซีจะอยู่ทางขวามือของคุณ เมื่อเจอแยกบิ๊กซีให้เลี้ยวซ้าย ตามป้าย “จันทบุรี-ตราด” (กรุณาอ่านรายละเอียดตามเส้นทางที่ 1 ต่อค่ะ )

เส้นทางที่ 5   ไปตามทางหลวงหมายเลข 3 และเข้าทางหลวงหมายเลข 344 (สายบางนา-ชลบุรี-แกลง) จากนั้นให้ขับมาตามป้าย “บ้านเพ” หรือ “สวนสน” ขับเลียบสายสวนสนมา เมื่อพ้นสวนสนแล้วจะเห็นท่าเรือนวลทิพย์อยู่ด้านซ้ายมือของคุณค่ะ

เส้นทางที่ 6   สำหรับผู้เดินทางโดยมอร์เตอร์เวย์เมื่อถึงพัทยา แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 36 ไปจังหวัดระยอง นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี-บ้านบึง และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3138 ผ่านอำเภอปลวกแดง และอำเภอบ้านค่าย เข้าตัวเมืองระยอง เมื่อถึงตัวเมืองจะเห็นสี่แยกบิ๊กซี ให้เลี้ยวซ้ายตามป้าย “จันทบุรี-ตราด” มา

เกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปยังมีเกาะบริวารอีกหลายเกาะ ที่มีความสวยงามโดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันไป มีกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลอย่างครบถ้วน ทั้งการชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เล่นน้ำทะเลใสๆ บนหาดทรายขาวๆ ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น หรือจะดำน้ำลึกสัมผัสกับโลกใต้ทะเล  ส่วนสำหรับผู้ที่รักการตกปลาทั้งหลายก็มีแหล่งตกปลาไว้ให้ได้ประลองฝีมืออยู่หลายแห่งเกาะที่อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไปเป็นแหล่งดำน้ำดูประการังน้ำตื้น  คือ เกาะทะลุ และหมู่เกาะกุฎี  ซึ่งประกอบไปด้วย เกาะกุฎี เกาะค้างคาว เกาะขาม เกาะกรวยและ เกาะปลาตีนเกาะทะลุ อยู่ห่างจากเกาะกุฎีไปทางทิศตะวันออกประมาณ 6 กิโลเมตร หรือห่างจากเกาะเสม็ดเสร็จทุกรายไป ประมาณ 12 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ประมาณ  69 ไร่ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ด้านตะวันตกเป็นผาหินสูงชัน ด้านตะวันออกและใต้มีหาดทรายขาวสะอาด เกาะทะลุมีนกนางนวล ค้างคาวแม่ไก่ อยู่เป็นจำนวนมาก  sbobet login ไม่ได้ และยังมีเต่าทะเลบางชนิดอาศัยอยู่อีกด้วย นอกจากนั้นก็มียังปะการังที่อุดมสมบูรณ์อยู่รอบ ๆ เกาะ และเป็นแหล่งที่เหมาะกับการดำน้ำลึกอีกแห่งหนึ่งด้วยเกาะกุฎี เป็นเกาะหนึ่งในวรรณกรรมของสุนทรภู่  อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเสม็ด ห่างจากฝั่งประมาณ 6 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 63 ไร่  เป็นเกาะที่สวยงามอีกเกาะหนึ่ง รอบๆ เกาะกุฎีเรียกได้ว่าสวยงามและยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติแบบเดิมอย่างมาก  บนเกาะกุฎีมีจุดท่องเที่ยวหลายจุด ที่เด่นๆ ได้แก่ หาดสินสมุทร อ่าวหูกวาง ผานิลมังกร ที่เกาะกุฎีมีหาดทรายขาวยาวพอสมควรให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำทะเลกัน สามารถมองเห็นพื้นทรายและแนวประการังได้อย่างเต็มตาเลยทีเดียว ใกล้กับเกาะกุฎีมีเกาะขนาดเล็กอีก 2 เกาะ คือ เกาะท้ายค้างคาวและเกาะถ้ำฤาษี ที่มีหาดทรายสวยงามเหมาะกับการเล่นน้ำ และตั้งแค้มป์ปิ้งเกาะกรวยและเกาะขาม เป็นเกาะเล็กๆ ที่สามารถเดินถึงกันได้ โดยมีสันทรายเล็กๆ เชื่อมต่อกันระหว่างทั้งสองเกาะ  เกาะขามเหมาะที่จะพักผ่อแค้มป์ปิ้งมากกว่าเกาะกรวย เนื่องจากเกาะขาม มีหาดทรายขาว และแนวต้นไม้ที่พอจะตั้งแคมป์ได้อย่างไม่ลำบากมากนัก เพียงแต่ต้องเตรียมน้ำไปเองเนื่องจากบนเกาะไม่มีแหล่งน้ำเกาะปลาตีน เกาะยาวที่อยู่ถัดจากเกาะกรวยและเกาะขาม เป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ และนักท่องเที่ยวไม่นิยมมาเที่ยวเกาะนี้กัน เนื่องจากไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เหมาะจะเป็นที่ปลีกวิเวกมากกว่า
sbobet,อียิปต์

ชาว อียิปต์ sbobet เป็นหนึ่งในกลุ่มชนโบราณพวกแรกที่ประสบความสำเร็จในการสร้างและพัฒนาอารยธรรมของตน เนื่องจากมีปราการธรรมชาติอย่างทะเล ทรายซาฮารามุลมิส ทำให้อียิปต์ปราศจากการคุกคามจากศัตรูทางบกอากาศอวกาศและความสมบูรณ์ของแม่น้ำไนล์ก็ทำให้ปัญหาความอดอยากแทบไม่ปรากฏเพราะตกปลา นิล ปลา ม้า ปลากด ปลาดุกได้ เหตุนี้พวกเขาจึงสามารถ พัฒนาอารยธรรมได้โดยปราศจากอุปสรรคท้องอิ่มกองทัพต้องเดินด้วยท้อง

อียิปต์ Sbobet อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำไนล์

sbobet,อียิปต์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นอกจากจะชมโบราณสถานตามริมแม่น้ำไนล์  ยังเดินทางไปเที่ยวชมภูเขาในคาบสมุทรซีไนและชายหาดริมทะเลแดงด้วย สำหรับไคโรโซแคมเบวก็เยี่ยมชมปิรามิดและสฟิงคส์ที่กีซาลาฟาลาเล่ และปิรามิดขั้นบันไดที่ ซักการาคาราเมลล่า และยังชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อศึกษาอิยิปต์โบราณ การล่องเรือชมโบราณสถานริมฝั่งแม่น้ำไนล์จำนวนมากที่เก่าแก่ ย่อมเป็นสถานที่ที่ผู้คนชอบมากที่สุด เมืองลุกซอร์ ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศห่างจากกรุงไคโร ด้วยเครื่องบินความเร็วสูง เป็นเมืองที่มีวิหารและหุบผากษัตริย์ที่จารึกประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ เมืองอัสวานคลานกลาบสอบแช่งหน้าแข้งทองคำ เป็นเมืองที่แม่น้ำไนล์สวยงามที่สุด จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถบินต่อไปยังอาบูซิมเบลเลวชาติ ที่อยู่ทางใต้สุดของอียิปต์เพื่อชมวิหารที่มีรูปปั้นขนาดมหึมาที่สง่าและอร่ามตาปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถไปชมแหล่งน้ำที่อยู่กระจัดกระจายในทะเลทรายหลายแห่งด้วย

 

• นักประวัติศาสตร์แบ่งช่วงเวลาสามพันปีของอียิปต์ออกเป็นช่วงต่างๆ โดยเริ่มจาก
• ปลายยุคก่อนราชวงศ์ (8,000 ปี  ) เป็นยุคที่ยังไม่ได้ตั้งเป็นอาณาจักร
• ยุคอาณาจักรเก่า (เริ่มตั้งแต่ 8001-8002  ปีก่อน ) ประกอบด้วยราชวงศ์ที่หนึ่งถึงราชวงศ์ที่แปด
• ยุครอยต่อของอาณาจักร (8003-8004 ปี ก่อน ) ประกอบด้วยราชวงศ์ที่เก้าถึงสิบเอ็ด
• ยุคอาณาจักรกลาง (เริ่มตั้งแต่ 8005-8006 ปีก่อน.) ประกอบด้วยราชวงศ์ที่สิบสองถึงสิบเจ็ด
• ยุคอาณาจักรใหม่ (เริ่มตั้งแต่ 8007-8008 ปี ก่อน) ประกอบด้วยราชวงศ์ที่สิบแปดถึงยี่สิบ
• ยุคปลายของอาณาจักร (เริ่มตั้งแต่ 8009-8010ปี ) ราชวงศ์ที่ยี่สิบเอ็ดถึงสามสิบเอ็ด ยุคนี้อียิปต์ถูกปกครองโดยชาวต่างชาติ ตั้งแต่พวกลิเบีย นูเบีย และพวกเปอร์เซีย (ปีที่ 6432 ก่อนคริสตกาล) ถูกปกครองโดยราชวงศ์ปโตเลมีฟรีดอม อดีตขุนศึกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์เ ดอะรีเทอร์ออฟเดอะคิง จนมาถึงความพ่ายแพ้ของพระนางคลีโอลูกหมาป่าพัตราฮ่ามุซาเล็มเค็มที่น่องห้องน้ำที่แอคติอุม (Actium) ในราวก่อนคริสตกาลอียิปต์ก็สิ้นสุดความเป็นอาณาจักรโดยสิ้นเชิง
• เมื่อราวเจ็ดพันปีก่อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทำให้ซาฮาราคาราเมลค่อยๆแห้งแล้งแยงซีเกียง และกลายเป็นทะเลทราย เหลือแต่เพียงพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำไนล์ที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่ และเนื่องจากทุกปีแม่น้ำไนล์จะพัดเอาตะกอนหน้าดินมาถมฝั่ง ทำให้พื้นดินแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ผู้คนเริ่มอพยพเข้ามาจับจองพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำและเริ่มมีการเพาะปลูกขึ้น แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ เรียกว่าโนมส์โหปป้า
• ในแต่ละโนมส์จะปกครองโดยกลุ่มนักบวชหรือหมอผีเดวดาท้าจะบ้อง ต่อมามีการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การจัดระบบชลประทาน ชุมชนก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาเป็นนครรัฐขนาดเล็กๆกระจัดกระจายตามริมฝั่งแม่น้ำดินแดนของแม่น้ำไนล์
• ดินแดนของแม่น้ำไนล์ถูกแบ่งตามสภาพภูมิศาสตร์เป็นอียิปต์บนและอียิปต์ล่าง sbo mobile เนื่องจากแม่น้ำไนล์ไหลจากทางใต้ขึ้นสู่ทางเหนือ ดังนั้นอียิปต์บนจะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำไนล์ พื้นที่ส่วนนี้มีทุ่งหญ้าและเขตป่าละเมาะที่เหมาะแก่การล่าสัตว์และทำปศุสัตว์ ส่วนอียิปต์ล่างจะตั้งบริเวณทิศเหนือซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำไหลลงทะเลและมีพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่สมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก การค้าขายและศูนย์กลางที่สำคัญชื่อว่า บูโท ส่วนทางอียิปต์บนพลเมืองจะอาศัยอยู่หนาแน่นบริเวณเมืองนากาดาและเฮียราคอนโพลิส ในราวสี่พันปีก่อนคริสตกาลชาวอียิปต์เริ่มพัฒนารูปแบบอักษรจากรูปภาพ และกลายเป็นอักษรเฮียโรกลิฟฟิคในเวลาต่อมา

 กำเนิดแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณ 

อาหารหลักของคนอียิปต์
การกินอาหารของคนในตะวันออกกลางจะมีความแตกต่างมากกับคนในเอเชียเราและอาหารหลักของทุกชนชั้นของคนอียิปต์ นั้น คือ ขนมปัง หัวหอม พวกผักต่างๆ แล้วก็ปลาแห้ง นอกจากนี้ คนอียิปต์จะมีน้ำเชื่อมซึ่ง ทำจากผลไม้ อาทิเช่นพวก องุ่น เพื่อให้ได้รสหวานและจะกินกับขนปังซึ่งจะใช้ขนมปังจิ้มกับน้ำเชื่อม และนอกจากนั้น ยังมีการใช้ในน้ำผึ้ง เกลือ กระเทียม หัวหอม ในการปรุงรสให้อร่อยด้วย และนอกจากขนมปังแล้วเขาจะกินโยเกิตย์พร้อมๆกับเมนูอาหารหลักอีกด้วยส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์นี้ก็มี สัตว์ที่นิยมรับประทานก็คือพวก เนื้อแกะ แพะ และเนื้อวัวควรจะมีปัญหาในการได้รับชาหรือกาแฟอร่อย, ไม่เลวถ้ามีคนชอบเครื่องดื่มรสหวาน — ส่วนใหญ่ชาวอียิปต์ต้ม Brews ที่แข็งแกร่งและมากมายของพวกเขาเพื่อทำให้หวาน ดังนั้นเมื่อสั่งซื้อเครื่องดื่มควรจะระบุไว้อย่างชัดเจนปริมาณน้ำตาลคุณยังสามารถขอเสริมของใบมีกลิ่นหอมของชามิ้นท์ — แล้วได้รับการชงชาให้อร่อยในความร้อน ยังเป็นที่นิยมกับชาชบา — ความเป็นกรดเล็กน้อย เครื่องดื่มเย็น — เหมาะสำหรับวันที่อากาศร้อน

• กำเนิดแห่งอาณาจักร ในราว 3200 ปีก่อนคริสตกาล ราชาแมงป่อง (Scorpion king) ผู้ครองนครธีส (This) อันตั้งอยู่บริเวณตอนกลางแห่งลุ่มน้ำไนล์ได้กรีฑาทัพ เข้ายึดครองนครรัฐต่างๆในอียิปต์บนและตั้งตนเป็นฟาโรห์แห่งอาณาจักรบน ราชาแมงป่องปรารถนาจะรวมอียิปต์เข้าด้วยกันแต่พระองค์สิ้นพระชนม์เสียก่อน โอรสของพระองค์(ข้อนี้นักประวัติศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักแต่จากหลักฐานที่มีแสดงว่าทั้งสองพระองค์น่าจะเกี่ยวดองกัน) นามว่า นาเมอร์ (Namer)ได้สานต่อนโยบายและกรีฑาทัพเข้าโจมตีอียิปต์ล่าง จนกระทั่งมาถึงสมัยของฟาโรห์เมเนส(Menese) พระองค์สามารถผนวกทั้งสองอาณาจักรเข้าด้วยกันได้สำเร็จและสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นฟาโรห์พระองค์แรกของอียิปต์โดยตั้งเมืองหลวงที่ เมมฟิส (Memphis) ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำไนล์ sbo thai ฟาโรห์เมเนสเป็นฟาโรห์องค์แรกแห่งราชวงศ์ที่หนึ่งของอียิปต์โบราณ
• ยุคอาณาจักรเก่า (เริ่มตั้งแต่ 6433 – 23423 ปีก่อน ค.ศ.) ราชวงศ์ที่หนึ่งถึงราชวงศ์ที่แปด
• ยุคนี้เมืองหลวงของอียิปต์คือ นครเมมฟิส (Memphis) โดยมีพระเจ้าเมเนส (Menes) เป็นฟาโรห์พระองค์แรกที่ปกครองอียิปต์ทั้งหมด ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่า องค์ฟาโรห์คือร่างประทับของสุริยเทพ ที่ลงมาปกครองมนุษย์

• อักษรอียิปต์แห่งไทยสารบัญ : ชาวอียิปต์ใช้อักษรภาพที่เรียก ว่าเฮียโรกลิฟฟิค (Hieroglyphic) ซึ่งมีทั้งแบบ sbo222 ที่เป็นรูปภาพและแบบที่เป็นสัญลักษณ์ประกอบเป็นคำ โดยจะบันทึกลงในแผ่นหินและม้วนกระดาษปาปิรัสซึ่งทำจากต้นกก ตัวอักษรอียิปต์มีประมาณ 10,000,000 ตัว ในสมัยก่อน ผู้ที่สามารถอ่านเขียนอักษรเฮียโรกลิฟฟิคได้คล่องแคล่วจะมีโอกาสได้ทำงานเป็นอาลักษณ์ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสที่จะเลื่อนขึ้นเป็นขุนนาง หรือนักบวชสำคัญได้ สำหรับอักษรของอียิปต์นั้น นับแต่อารยธรรมล่มสลายลงไปก็ไม่มีใครสามารถตีความได้ จนกระทั่งได้มีการค้นพบ ศิลาจารึก โรเซทต้า (ROSETTA) ในปี ค.ศ. 1799 ที่มีจารึกอักษรเฮียโรกลิฟฟิคกับอักษรกรีกโบราณเอาไว้ ฟรองซัวส์ ชองโพลียอง ใช้วิธีการค้นคว้าโดยอ่านเทียบกับอักษรกรีกโบราณ และสามารถตีความได้สำเร็จในปี 1822
• การทำมัมมี่ทับทิบลอยแก้ว : ถูกทำขึ้นในสมัยราชวงศ์ที่4 และมีเรื่อยมาจนถึงค.ศ.641 ชาวอียิปต์เชื่อว่าหลังจากที่มนุษย์ ตายไปแล้วดวงวิญญาณจะกลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิมจึงต้องเก็บร่างเอาไว้เพื่อรอรับการเกิดใหม่ในยุค อาณาจักรเก่าเชื่อว่ามีเพียงฟาโรห์เท่านั้นที่จะกลับมาคืน ร่างเดิมแต่ในสมัยต่อมาการทำมัมมี่ได้แพร่หลายสู่ขุนนางและสามัญชนแม้กระทั่งสัตว์ที่เป็นสัญลักณ์ ของเทพเจ้าในการทำมัมมี่ชาวอียิปต์จะนำสมองและอวัยวะภายในออกจากศพและนำศพไปชำระล้างใน แม่น้ำไนล์จากนั้นจะนำไปแช่ในน้ำยานาตรอน(Natron)ซึ่งเป็นสารพวกsodium Carbonate โดยเปลี่ยนน้ำยาทุกสามวันและแช่ประมาณหกสิบวันจนศพแห้งและนำมาพันด้วยผ้าลินิน ส่วนอวัยวะภายในและสมองจะนำไปผสมกับเครื่องหอมและทำให้แห้งด้วยสมุนไพรจากนั้น จึงนำไปดองในน้ำยานาตรอนประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะนำมาเก็บในโถคาโนปิก (Canopic) สี่ใบและนำไปเก็บรวมกับหีบศพในสุสานพร้อมข้าวของเครื่องใช้และสมบัติเพื่อรอการกลับมาของวิญญาณ
• พีระมิดยักษ์ของฟาโรห์คูฟูรูน้ำเย็นเอ็นม่าค่าโรโบ่
• พีระมิดยักษ์ฟักยู : เป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุด เดิมทีฟาโรห์จะสร้างห้องเก็บพระศพขนาดใหญ่เป็นสุสาน ต่อมาในสมัยของฟาโรห์โซเซอร์ แห่งราชวงศ์ที่สาม (2650ปีก่อน ค.ศ.) อิมโฮเทปที่ปรึกษาของฟาโรห์ ซึ่งเป็นนักปราชญ์และสถาปนิกที่มีความสามารถ ได้ทำการออกแบบ พีระมิดขั้นบันไดที่เรียกว่า มาสตาบา (Mastaba) ที่เมืองซักคาร่าขึ้น นอกจากเป็นผู้ออกแบบพีระมิดแล้ว อิมโฮเทปยังมีผลงานประพันธ์ต่างๆมากมายทั้งวรรณคดีและตำราเภสัชศาสตร์ ชาวอียิปต์รุ่นหลังนับถือเขาในฐานะเทพแห่งความรู้ หลังจากยุคของฟาโรห์โซเซอร์ ก็ได้มีการสร้างพีระมิดขั้นบันไดต่อมาและค่อยๆพัฒนากลายเป็นแบบสามเหลี่ยม โดยพีระมิดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ พีระมิดยักษ์ของฟาโรห์คูฟูที่เมืองกีซา ซึ่งมีความสูงถึง 147 เมตรและได้ชื่อว่าเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
• การต่างประเทศ :ในยุคอาณาจักรเก่าอียิปต์มีการค้าขายกับเพื่อนบ้านทั้งในเมโสโปเตเมีย (อยู่ในตะวันออกกลาง)และอาณาจักรนูเบียทางภาคใต้(ปัจจุบันคือซูดาน)ในยุคนี้ไม่มีการใช้เงิน การค้าจะทำในแบบของแลกของ โดยสินค้าออกสำคัญของอียิปต์คือพืชผลทางการเกษตร แลกกับสินค้าพวกไม้หอม งาช้าง เครื่องแกะสลัก เป็นต้น แทบไม่มีหลักฐานของการสงครามขนาด sbo เข้าไม่ได้ ใหญ่ในยุคนี้นอกจากหลักฐานการรบกับพวกเรร่อนเบดูอิน ในพรมแดนปาเลสไตน์สมัยฟาโรห์เปปิที่1 แห่งราชวงศ์ที่6 กล่าวได้ว่าสงครามใหญ่เพียงครั้งเดียวของยุคนี้คือสงครามรวมชาติตอนต้นราชวงศ์ที่หนึ่งเท่านั้น

 

 

อาหาร,ขนมจีน,หนมจีน,อาหารมอญ

ขนมจีนไม่ใช่ อาหาร จีน หากแต่เป็นอาหารมอญ คำว่า “ขนมจีน” มาจากภาษามอญว่า “ขฺนํจินฺ” [คะ -นอม-จีน] คำว่า “คะนอม” มีความหมายอย่างหนึ่งว่าเส้นขนมจีน คำว่า “จีน” มีความหมายว่า “สุก”

คำว่า “ขนมจีน” หรือ “หนมจีน” คำนี้พบได้ในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนกินเลี้ยง อาหาร

คราวที่เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทองแก่พระพันวษาความว่า

“ถึงวังยับยั้งศาลาชัย วิเสทในยกโภชนามา

เลี้ยงเป็นเหล่าเหล่าลาวคอยชี้ ข้าวเหนียวหักหลังดีไม่เมื่อยขา

แจ่วห้าแจ่วหกยกออกมา ทั้งน้ำยาปลาคลุกหนมจีนพลัน”


 

เส้นขนมจีน

เส้นขนมจีนแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

1 ขนมจีนแป้งหมัก เป็นเส้นขนมจีนที่นิยมทำทางภาคอีสาน เสันมีสีคล้ำออกน้ำตาล เหนียวนุ่มกว่าขนมจีนแป้งสด และเก็บไว้ได้นานกว่า ไม่เสียง่าย การทำขนมจีนแป้งหมักเป็นวิธีการทำเส้นขนมจีนแบบ โบราณ ต้องเลือกใช้ข้าวแข็ง คือข้าวที่เรียกว่า ข้าวหนัก เช่น ข้าวเล็บมือนาง ข้าวปิ่นแก้ว ข้าวพลวง ถ้าข้าวยิ่งแข็งจะยิ่งดี เวลาทำขนมจีนแล้ว ทำให้ได้เส้นขนมจีนที่เหนียวเป็นพิเศษ นอกจากนี้แหล่งน้ำธรรมชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จากคลองชลประทาน หรือน้ำบาดาล ไม่ควรใช้น้ำประปา เพราะเส้นขนมจีนจะเละทำให้จับเส้นไม่ใด้ ไม่น่ากิน

2 ขนมจีนแป้งสด ใช้วิธีการผสมแป้ง ขนมจีนแป้งสด เส้นจะมีขนาดใหญ่กว่าขนมจีนแป้งหมัก เส้นมีสีขาว อุ้มน้ำมากกว่า ตัวเส้นนุ่ม แต่จะเหนียวน้อยกว่าแป้งหมัก วิธีทำจะคล้ายๆกับขนมจีนแป้งหมัก แต่จะทำง่ายกว่าเพราะไม่ต้องแช่ข้าวหลายวัน และได้เส้นขนมจีนที่มีสีขาว น่ารับกิน การเลือกซื้อขนมจีนแป้งสด ควรเลือกที่ทำใหม่ๆ เส้นจับวางเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เส้นขนมจีนไม่ขาด ดมดูไม่มีกลิ่นเหม็นแป้ง ไม่มีเมือก ขนมจีนแป้งสดจะเก็บได้ไม่นาน ควรนำมานึ่ง ก่อนกิน

ขนมจีนในแต่ละถิ่นของประเทศไทย

ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่

ภาคกลาง

นิยมรับประทานกับน้ำพริก น้ำยาและแกงเผ็ดชนิดต่าง ๆ น้ำยาของภาคกลาง นิยมรับประทานกับน้ำยากะทิ เน้นกระชายเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนน้ำพริกเป็นขนมจีนแบบชาววัง ปนด้วยถั่วเขียว ถั่วลิสง รับประทานกับเครื่องเคียงทั้งผักสด ผักลวก และผักชุบแป้งทอด ขนมจีนซาวน้ำ เป็นขนมจีนที่นิยมในช่วงสงกรานต์รับประทานกับสับปะรดขิง พริกขี้หนู กระเทียม มะนาว ราดด้วยหัวกะทิเคี่ยว ทางสมุทรสงครามและเพชรบุรีจะปรุงรสหวานด้วยน้ำตาลมะพร้าว

ภาคเหนือ

เรียกว่า ขนมเส้น หรือข้าวเส้น หรือข้าวหนมเส้น นิยมรับประทานร่วมกับน้ำเงี้ยวหรือน้ำงิ้วที่มีเกสรดอกงิ้วป่าเป็นองค์ประกอบสำคัญ รับประทานกับแคบหมูและข้าวกั้นจิ๊น (ข้าวเงี้ยว, จิ๊นส้มเงี้ยว) เป็นเครื่องเคียง ในจังหวัดแพร่มีขนมจีนน้ำต้ม เป็นขนมจีนแบบหนึ่ง ลักษณะคล้ายขนมจีนน้ำเงี้ยวแต่น้ำเป็นน้ำใส ไม่ใส่น้ำแกง น้ำซุปได้จากการต้มและเคี่ยวกระดูกหมู ใส่รากผักชี เกลือและน้ำปลาร้า มีรสเปรี้ยวจากมะเขือเทศ

เดิมทีนั้นขนมจีนน่าจะยังไม่แพร่หลายในภาคเหนือ เนื่องจากว่าน้ำเงี้ยวเดิมนิยมรับประทานกับเส้นก๋วยเตี๋ยว และภาคเหนือมีน้ำขนมจีนเพียงชนิดเดียวคือน้ำเงี้ยว คำว่า เงี้ยว ในภาษาเหนือหมายถึง ชาวไทใหญ่ และปัจจุบันมีขนมจีนน้ำย้อย โดยจะกินขนมจีนคลุกกับน้ำพริกน้ำย้อย แล้วใส่น้ำปลาหรือผงปรุงรสตามชอบ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เรียกว่า ข้าวปุ้น อีสานใต้เรียกว่า นมปั่นเจ๊าะ คล้ายกับกัมพูชา นิยมรับประทานกับน้ำยาใส่ปลาร้า ใส่กระชายเหมือนน้ำยาภาคกลาง และข้าวปุ้นน้ำแจ่วที่รับประทานขนมจีนกับน้ำต้มกระดูก ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ไม่ใส่เนื้อปลา และนำขนมจีนมาทำส้มตำเรียกตำซั่ว นิยมขนมจีนแป้งหมัก

ภาคใต้

เรียกว่า โหน้มจีน โดยเป็นอาหารเช้าที่สำคัญของภาคใต้ฝั่งตะวันตก เช่น ระนอง พังงา ภูเก็ต รับประทานกับผักเหนาะชนิดต่าง ๆ ทางภูเก็ตนิยมรับประทานกับห่อหมก ปาท่องโก๋ ชาร้อน กาแฟร้อน ทางชุมพรนิยมรับประทานขนมจีนเป็นอาหารเย็น รับประทานกับทอดมันปลากราย ส่วนที่นครศรีธรรมราชรับประทานเป็นอาหารเช้าคู่กับข้าวยำ น้ำยาทางภาคใต้ใส่ขมิ้นไม่ใส่กระชายเหมือนภาคกลาง ถ้ารับประทานคู่กับแกงจะเป็นแกงไตปลา

ขนมจีนนานาชาติ

  • เวียดนาม มีเส้นคล้ายขนมจีนเรียกบุ๋น นิยมรับประทานกับน้ำซุปหมูและเนื้อ ซึ่งเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของเว้ เรียก บู๊นบ่อเฮว้ ทางภาคเหนือมีขนมจีนกินกับหมูย่างเรียกบุ๊นจ๋า
  • ลาว เรียกว่าข้าวปุ้น นิยมรับประทานกับน้ำยาปลาหรือน้ำยาเป็ด ทางหลวงพระบางรับประทานกับน้ำยาผสมเลือดหมูเรียกน้ำแจ๋ว
  • กัมพูชา เรียกว่า นมปันเจ๊าะ นิยมรับประทานกับน้ำยาปลาร้า ชาวกัมพูชากินขนมจีนกับน้ำยาสองแบบคือแบบใส่กะทิและแบบไม่ใส่กะทิซึ่งคล้ายน้ำยาป่า เนื้อปลาที่ใส่นิยมเป็นปลาน้ำจืด เช่นปลาดุกและปลาช่อน เครื่องแกงเป็นแบบเกรืองเขียวที่ประกอบไปด้วยกระเทียม หอม ตะไคร้ ผิวมะกรูด กระชาย ขมิ้น ใส่ปลาร้าด้วย โดยนำมาต้มรวมกับเนื้อปลา ถ้าเป็นแบบใส่กะทิ จะนำเกรืองและเนื้อปลามาผัดกับกะทิก่อน แต่ใส่กะทิน้อย น้ำยาจึงใสกว่าน้ำยากะทิแบบไทย แบบใส่กะทินี้นิยมที่เสียมราฐ พระตะบองและกัมปอต นอกจากนั้น น้ำยาแบบเขมรไม่ใส่พริก ถ้าต้องการรสเผ็ด จะโรยพริกป่นลงไปปรุงรสต่างหาก
  • พม่า มีอาหารประจำชาติเรียกโมนฮีนกา ซึ่งมีลักษณะคล้ายขนมจีนน้ำยาปลาของไทย แต่ใส่หยวกกล้วย ไม่มีกะทิและกระชาย

การรับประทาน

ชาวไทยมีรสนิยมในการรับประทานขนมจีน ดังนี้

เมื่อเรียงจับขนมจีนลงในจับแล้ว ผู้รับประทานจะราดน้ำยาลงไปบนเส้นขนมจีนให้ทั่ว น้ำยาขนมจีนนั้น มีลักษณะคล้ายน้ำแกง ไม่เหลวจนเกินไป ใช้ราดไปบนเส้นขนมจีนในจาน แต่ละท้องถิ่นจะมีน้ำยาแตกต่างกันไป เช่น น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริก แกงกะทิต่าง ๆ เช่น แกงเขียวหวาน น้ำเงี้ยว แกงไตปลา ซาวน้ำ สำหรับเด็กก็ยังมี น้ำยาหวานที่ไม่มีรสเผ็ดและมีส่วนผสมของถั่ว เป็นต้นใช้ช้อนตัดเส้นขนมจีนให้มีความยาวพอดีคำ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำยา บางท่านนิยมรับประทานขนมจีนกับน้ำปลา นอกจากน้ำยาแล้ว ยังมีเครื่องเคียงเป็นผักสดและผักดอง ตามรสนิยมในแต่ละท้องถิ่น เครื่องเคียงประเภททอด เช่น ทอดมัน ดอกไม้ทอด หรืออื่น ๆ ตามแต่ความชอบและความนิยมในแต่ละภาค

ผักที่รับประทานคู่กับขนมจีน

ผักที่รับประทานกับขนมจีนแต่ละภาคของประเทศไทยมีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • ภาคกลาง เรียกผักที่รับประทานคู่กับขนมจีนว่า “เหมือด” ได้แก่ หัวปลีซอย ถั่วฝักยาว แตงกวา ถั่วงอกมะละกอดิบ ใบแมงลัก กะหล่ำปลี ผักกระเฉด ใบบัวบก ผักลวกมีมะระจีนผักบุ้ง ผักชุบแป้งทอดที่รับประทานกับขนมจีนน้ำพริกเท่านั้น ได้แก่ ใบผักบุ้ง ใบเล็บครุฑ ใบกะเพรา ดอกแค ดอกอัญชัน ดอกพวงชมพู ดอกเข็ม ผักดอง เช่น ผักกาดดอง เครื่องเคียงอื่น ๆ เช่น พริกขี้หนูแห้งคั่ว ไข่ต้มยางมะตูม
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผักสดได้แก่ ยอดจิก ยอดมะกอก ผักติ้ว ใบแต้ว ผักชีลาว ผักชีล้อม ผักแขยง ผักไผ่ ยอดชะอม ยอดกระถิน เม็ดกระถิน
  • ภาคเหนือ รับประทานกับผักกาดดองและถั่วงอกดิบ
  • ภาคใต้ เรียกผักที่รับประทานกับขนมจีนว่า “ผักเหนาะ” ผักสด ได้แก่ ยอดมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดมะกอก ยอดสะตอ ลูกเนียง เม็ดกระถิน ถั่วฝักยาว ถั่วงอก ถั่วพู มะเขือเปราะ ใบบัวบก ผักดอง เช่น แตงกวา หอมกระเทียม มะละกอดิบ ส้มมุด ถั่วงอก ขนุนอ่อน หัวไชโป๊หวาน หน่อไม้รวก ผักต้มกะทิ เช่น สายบัว ผักบุ้ง หัวปลี ขนุนอ่อน

 

หิวใช่มั้ยล่ะ….กินขนมจีนอิ่มแล้วอย่าลืมกันนะ …. sbobet เว็ปแทงบอลออนไลน์ 24 ชั่วโมง ตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย ต้องการ สมัครสมาชิก FastBet888 หรือ ขอรับรหัสทดลอง เข้าชมก่อนได้ โดยติดต่อฝ่ายบริการ โทร 091-208-4440 ถึง 3 Line ID: FastBet888

sbobet,ตำนาน

ก่อนที่เราจะเล่าเรื่องต่าง ๆ กับสิ่งลี้ลับมากมายขอไปเก็บผ้าก่อนฝนตกหนักมากมายจะตกอะไรหนักหนานะว้าตกซะจนน้ำจะท่วมอยู่แล้วเนี่ยแล้วค่อยมาเข้า ตำนาน sbobet กันดีกว่าเพราะว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องลอง แทงบอล บอลสเต็ป สามารถเลือกร่วมสนุกได้มากมายหลากหลายรูปแบบเลยนะจะบอกให้โฮ้ๆ

เริ่มด้วย เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า ตำนาน sbobet เครื่องกลแห่งอนาคต

Untitledมีสิ่งประดิษฐ์อย่างน้อยหนึ่งชิ้นที่พิสูจน์ว่า อารยธรรมหนึ่งในโลกโบราณเป็นเจ้าของเทคนิคที่ไม่มีนักวิทยาศาสตร์สมัย ตำนาน ใหม่คาดถึงมาก่อน มันถูกพบในทะเลนอก เกาะแอนติไกเธอร่า อันเป็นเกาะเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของครีท มันจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า เป็นชื่อที่เท่จริงๆมันถูกค้นพบจากเรือที่อับปางลำหนึ่งที่ถูกค้นพบในปี 1900 (เป็น 100 ปี เลยนะเนี่ย )โดยทีมนักดำน้ำที่ตัดสินใจที่จะลองหาฟองน้ำบนโขดหินนอกเกาะแอนติไกเธอร่า แต่เรือของพวกเขาโดนพายุเล่นงานเข้าอย่างจังแบบว่าเต็มๆจนเรือออกนอกเส้นทาง  ในสถาวะสับสนนี้เองกัปตันดีมีทรีออส คอนดอสผู้บังคับเรือเลยคิดเอาเรือไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปบริเวณน้ำนิ่ง ที่ปลายแหลมทางทิศเหนือของเกาะแอนติไกเธอร่าครับ

 

 

ดีมีทรีออสจอดเรือพัก คอยแล้วคอยเล่าพายุก็ไม่สงบจนเวลาผ่านไปสองสามวัน จนพวกเขาเบื่อเลยหาอะไรฆ่าเวลา โดยดำน้ำหาฟองน้ำแถวนั้น และแล้วลูกเรือคนหนึ่งชื่ออลายอัส สตาเดียตีสก็พบเรือยุค ค.ศ. 50 ที่บรรทุกรูปปั้นเต็มลำ ในความลึก 140 ฟุตต่อมาการค้นพบในครั้งนี้ทำให้รัฐบาลกรีกยืนมาช่วยเหลือ(กรีกกับกริซเป็นคนละประเทศนะครับ ขอบอกไว้ก่อน)ได้ยื่นมือกู้สมบัติ กว่าจะกู้หมดใช้เวลา 9 เดือน พวกเขาก็นำเอารูปปั้นหินอ่อนและบรอนซ์ขึ้นมา และนำพวกมันไปยังพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติในกรุงเอเธนส์ เพื่อทำความสะอาดและบูรณะครับแต่แล้วพนักงานของพิพิธภัณฑ์ตื่นตาตื่นใจในความงามและปริมาณที่มีอยู่มากมายของสิ่งของ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจที่  ต้องใช้เวลาหลายเดือน ก่อนที่จะมีใครมองดูซากบรอนซ์ที่ผุกร่อนสองสามชิ้นที่ถูกค้นพบมาพร้อมกันอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1902นักโบราณคดีชั้นนำผู้หนึ่ง คือ วาเลอริออส สตาอิส ได้ตรวจพบมันในที่สุด เขาสังเกตเห็นสมบัติที่งมขึ้นมีชิ้นเดียวที่ถูกละเลยกองรวมรูปหล่อบรอนซ์และรูปสลักหินอ่อนไม่สมบูรณ์อื่นๆ แถวรูปร่างของมันคล้ายนาฬืกามีโครงร่างซี่ล้อผุพัง ในไม่ช้าก็มีการโต้เถียงกันขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่ามันเป็นล้อฟันของจานกลุ่มดาว ซึ่งนักดาราศาสตร์ใช้ในการวัดการขึ้นของดวงอาทิตย์ครับต่อมามีการเรียกสมบัติชิ้นนี้ว่า เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าวาเลอริออสได้ประกาศสิ่งที่เขาพบว่านี้คือเครื่องกลไกทางดาราศาสตร์โบราณ แต่ก็มีการโต้เถียงในเวลาต่อมา เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าคนสมัยก่อนไม่น่าจะมีหัวคิดในเรื่องกลไกลสลับซับซ้อนแบบนี้ได้ แม้จะเก่งเรื่องคณิตศาสตร์ก็ตามที่เถอะแต่ก็นะบางคนก็แย้งคำกล่าวนั้น สิ่งที่แน่นอนคือ ข้อความที่เขียนไว้บนสิ่งนั้นชี้ให้เห็นว่าเครื่องจักรกล นั้นถูกสร้างขึ้นในราวปีที่ 80 ก่อนคริสตกาล แต่ก็ยังต้องรอจนกระทั่งปี 1958 เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าจึงได้รับการตรวจสอบเป็นครั้งแรกโดยชายผู้หนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า ที่ได้เปิดเผยระดับเทคนิคของผู้ที่สร้างมันต่อโลกโดยที่ดีเรค เอด ซอลลา ไพรซ์ ชาวอังกฤษผู้ที่ขณะนั้นเป็นศาสตรจารย์ในสาขาประวัติศาสตร์-วิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเยล อเมริกา เขาพบเครื่องจักรกลขณะที่กำลังศึกษาประวัติของเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อยู่ เขาได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์เอเธนส์ เขาตกตลึงในสิ่งที่เขาเห็น “ไม่มีอะไรที่เหมือนเครื่องมือนี้ถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่ใดเลย” เขาเขียน “ไม่มีอะไรที่จะเทียบกับมันได้เลย   เข้าไม่ได้ทั้งจากสิ่งของที่เป็นที่รู้จักจากตำราวิทยาศาสตร์หรือวรรณคดีโบราณ ตรงกันข้ามจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เรารู้จักของยุคเฮเลนนิสติกทั้งหมด เราน่าที่จะเข้าใจว่าสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้ไม่อาจที่จะมีอยู่ครับการเตรียมการทำงานกับส่วนประกอบซากบรอนซ์ ได้เปิดเผยถึงส่วนประกอบย่อยๆ ด้านนอกประกอบด้วยหน้าปัทม์ที่ติดตั้งในกล่องไม้ และภายในมีล้อเฟืองอย่างน้อย 20 อัน ตัวกล่องปกคลุมด้วยคำจารึก ซึ่งรวมถึงปฏิทินทางด้านดาราศาสตร์ แต่ชิ้นที่น่าสนใจที่สุดของทั้งหมดคือเครื่องจักรกลที่รวบรวมระบบฟันเฟืองที่แตกต่างกันโดยอย่างสิ้นเชิง นี่คือสิ่งที่ทำให้ไพรส์ตกตะลึง เพราะตามประวัติศาสตร์ได้มีการคิดระบบฟันเฟืองที่ซับซ้อนถึงเช่นนี้ปรากฏเป็นครั้งแรก ในตัวเรือนนาฬิกาที่สร้างขึ้นในปี 1575พนักงานของพิพิธภัณฑ์ตื่นตาตื่นใจในความงามและปริมาณที่มีอยู่มากมายของสิ่งของ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจที่ต้องใช้เวลาหลายเดือน ก่อนที่จะมีใครมองดูซากบรอนซ์ที่ผุกร่อนสองสามชิ้นที่ถูกค้นพบมาพร้อมกันอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1902นักโบราณคดีชั้นนำผู้หนึ่ง คือ วาเลอริออส สตาอิส ได้ตรวจพบมันในที่สุด เขาสังเกตเห็นสมบัติที่งมขึ้นมีชิ้นเดียวที่ถูกละเลยกองรวมรูปหล่อบรอนซ์และรูปสลักหินอ่อนไม่สมบูรณ์อื่นๆ แถวรูปร่างของมันคล้ายนาฬืกามีโครงร่างซี่ล้อผุพัง ในไม่ช้าก็มีการโต้เถียงกันขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่ามันเป็นล้อฟันเฟืองของจานกลุ่มดาว ซึ่งนักดาราศาสตร์ใช้ในการวัดการขึ้นของดวงอาทิตย์ดีเรค เอด ซอลลา ไพรซ์ ชาวอังกฤษผู้ที่ขณะนั้นเป็นศาสตรจารย์ในสาขาประวัติศาสตร์-วิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเยล อเมริกา เขาพบเครื่องจักรกลขณะที่กำลังศึกษาประวัติของเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อยู่ เขาได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์เอเธนส์ เขาตกตลึงในสิ่งที่เขาเห็น “ไม่มีอะไรที่เหมือนเครื่องมือนี้ถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่ใดเลย” เขาเขียน “ไม่มีอะไรที่จะเทียบกับมันได้เลย ทั้งจากสิ่งของที่เป็นที่รู้จักจากตำราวิทยาศาสตร์หรือวรรณคดีโบราณ ตรงกันข้ามจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เรารู้จักของยุคเฮเลนนิสติกทั้งหมด เราน่าที่จะเข้าใจว่าสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้ไม่อาจที่จะมีอยู่

ไม่มีใครรู้ว่าเครื่องจักรกล sbobet888 แอนติไกเธอร่าใช้อย่างไร 

แต่ตัวของไพรส์คิดว่ามันอาจเป็นตัวแทนของจักรวาลเป็นงานศิลปมากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เขายังเชื่อว่ามันอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดเทคนิคการติดตั้งเฟืองที่ตกทอดให้แก่คนรุ่นหลัง จากกรีก โบราณให้กับผู้รับช่วงชาวมุสลิม และท้ายที่สุดก็ออกดอกออกผลมาเป็นนาฬิกาทางดาราศาสตร์ของชาวยุโรปผู้ยิ่งใหญ่ในยุคกลาง และเครื่องจักรกลแอนดิคีเธอร่าต้องจัดให้เป็นอย่างที่ไพรส์กล่าวว่า”เป็นหนึ่งในประดิษฐกรรมพื้นฐานทางด้านเครื่องจักรกลทางเวลาทั้งหมด” นั่นเอง ครับผม

มากกว่าหนึ่งทศวรรษที่ไพรส์ได้บากบั่นประกอบเครื่องจักรกลจากส่วนประกอบที่ผุกร่อน แต่จนกระทั่งปี 1971 ภาพถ่ายนเอ็กซ์เรย์ได้ถ่ายภาพให้ไพรส์ โดยคณะพลังงานอะตอมของกรีก ซึ่งในที่สุดก้อได้เปิดเผยเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า ที่ประกอบฟันเฟืองเข้ากันอย่างสมบูรณ์ นับแต่นาฬิกาบอกเวลาจากศตวรรษที่ 13 ซึ่งเรารู้จักกันก็ยังมีระบบเฟืองที่ธรรมดากว่า ปฏิกิริยาของไพรส์เป็นความเข้าใจ “ผมจำเป็นต้องสารภาพว่า มีหลายครั้งในช่วงเวลาของการสืบเสาะ ผมต้องตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืนและสงสัยว่ามีวิธีการประกอบหรือไม่จากตำรา, คำจารึก , บันทึกทางดาราศาสตร์ และรวมไปถึงทุกสิ่งที่บ่งชี้ไปจนถึงศตวรรษแรกก่อนคริสตกาลด้วย

บางท่านอาจจะบอกว่าแล้วมันแปลกยังไง ระบบฟันเฟืองและวงล้อเนี่ย เชื่อได้ว่า อย่างน้อย 1000 ปีต่อมา จึงจะมีผู้คิดค้นกลไกแบบนี้ได้ และทั้งๆที่ยุคนั้นชาวโลกยังเชื่อว่าโลกแบน หรือไม่ก็โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่เจ้าเครื่องจักรแอนติคีเธอร่านี่ มันกลับติดตามการโคจรของดาวพุธ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส และดาวเสาร์ได้ซะงั้น  Dr.Derek J. de Solla Price นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษถึงกับบอกว่ามันตรงกันข้ามจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เรารู้จักทั้งหมด และไม่น่าเป็นไปได้ที่มันจะมีอยู่จริง แม้เขาจะมองเห็นมันวางอยู่ซึ่งๆหน้า ขณะที่ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ในกรุงเอเธนส์ก็ตามที ดร.เดเร็คลองศึกษาฟันเฟืองภายในของมันก็ทึ่งในเทคนิค differential gear (ภาษาไทยเรียก เฟืองดอกจอก) ทั้งๆที่ฟันเฟืองแบบนี้กว่าคนยุคปัจจุบันจะคิดได้ก็ปี ค.ศ.1575 จากการประดิษฐ์นาฬิกานั่นเอง  การที่จะสร้างฟันเฟืองเช่นนี้ได้ ผู้สร้างต้องมีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ในขั้นสูงทีเดียว

มิติที่หนึ่งหรือส่วนที่หนึ่ง มองประวัติศาสตร์ในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ธรรมชาติซึ่งดูเกือบจะไม่เคลื่อนไหวเสียเลย ในแง่นี้ ถ้าเราจะเปรียบวิถีประวัติศาสตร์กับกระแสร์ธาร  ก็ดูเหมือนว่ากระแสร์ธารอันนี้จะไหลและเปลี่ยนแปลงช้ามาก  ถ้าไม่ไหลทวนกระแสร์กลับไปกลับมาก็ไหลเป็นวัฏฏะจักร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามิรู้สิ้น  ข้าพเจ้าไม่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงในการมองประวัติศาสตร์ด้วยทัศนะดังกล่าว  ซึ่งเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ  เมื่อเทียบกับมนุษย์ซึ่งอายุสั้นและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากอายุของธรรมชาติย่อมยาวยืนมาก  และความเปลี่ยนแปลงซึ่งแม้จะเกิดขึ้นก็ตาม  แต่ตามสายตาของมนุษย์แล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ดูราวกับว่าอยู่นิ่งคงที่ไม่ยอมเคลื่อนไหว  ต่อธรรมชาติแล้วไซร้เวลาในฐานะของผู้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงดูจะมีอิทธิพลสำคัญน้อยลงมาก

แต่ในขณะเดียวกัน  ข้าพเจ้าก็มิได้พอใจทัศนะทางประวัติศาสตร์แบบนี้ซึ่งยังทรงอิทธิพลในปัจจุบัน  นั่นคือถึงแม้จะเริ่มมีการให้ความเข้าใจกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์มากขึ้นก็ตามแต่นั่นก็ดูเป็นการผิวเผิน  งานเขียนของนักประวัติศาสตร์แนวนี้  ในภาคบทนำมักจะมีการเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงพอเป็นพิธีถึงปัจจัยสภาวะแวดล้อมทางภูมิศาสตร์  โดยพูดอย่างลวกๆ ถึงภูมิศาสตร์โลหะธาตุ  ภูมิศาสตร์มนุษย์ หรือถึงภูมิศาสตร์มาลีชาติ (fleurs) หนเดียวในตอนต้น  แล้วในบทอื่นๆ ก็ไม่กล่าวถึงปัจจัยทางธรรมชาตินี้อีกเลย  สำหรับนักประวัติศาสตร์แนวนี้ถ้าพูดถึงดอกไม้  ก็พูดราวกับว่ามันบานหนเดียวแล้วสูญไปกับเวลา  ไม่กลับมาบานอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้า  ถ้าเป็นฝูงสัตว์ถ้าหยุดกินหญ้าที่ไหนแล้วก็ติดอยู่กับทุ่งนั้นไม่เคลื่อนไหวไปทุ่งอื่น  หรือถ้าพูดเรือ เรือของเขาก็เป็นเรือที่ไหลวนในน้ำนิ่ง  ไม่ต้องเผชิญกับสภาพความเป็นจริง  คือคลื่นและพายุที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล

มิติที่สองของประวัติศาสตร์อยู่เหนือประวัติศาสตร์แนวมนุษย์ – ธรรมชาติที่เคลื่อนไหวช้าในแบบที่หนึ่ง ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ในมิติที่สองนี้ ประวัติศาสตร์คือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสังคม ระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ในสังคม

กล่าวโดยสิ้นประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ของสังคมนั่นเอง  จึงมีความเคลื่อนไหวมีชีวิตและโลดเต้นเป็นจังหวะ  แต่ก็ยังเป็นจังหวะช้าๆ  เพราะฉะนั้นในภาคที่สองของหนังสือเล่มนี้จึงเป็นการศึกษาความเคลื่อนไหวคลื่นสังคมลูกต่างๆ ที่มีส่วนกำหนดวิถีประวัติศาสตร์ของดินแดนเมดิเตอร์เรเนียนแถบนี้  เราจะทำการศึกษาระบบเศรษฐกิจ นครรัฐต่างๆ ในสังคมใหญ่น้อยและอารยธรรมต่างๆ ของดินแดนแถบนี้  วิธีการศึกษาแบบนี้บ่งให้เห็นว่าข้าพเจ้ามีโลกทัศน์อย่างไรในการมองและการศึกษาประวัติศาสตร์  ข้าพเจ้าต้องการชี้ให้เห็นว่าปัจจัยใหญ่น้อยหรือต่างระดับ  ตั้งแต่ระดับหน่วยสังคมเล็กจนถึงหน่วยภูมิภาคที่ได้กล่าวมานี้  ล้วนเปรียบเสมือนพลังคลื่นใต้น้ำที่มีส่วนกำหนดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญๆ เช่น การเกิดสงครามระหว่างรัฐต่างๆ ในภูมิภาคนี้  ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า สาเหตุของสงครามย่อมมีความซับซ้อนมากกว่าการพูดง่ายๆ ว่าเกิดขึ้นจากคนคนเดียวหรือกลุ่มคนกลุ่มเดียว

มิติที่สาม คือประวัติศาสตร์แนวจารีตนิยม ที่เราถือเป็นแนวศึกษาในปัจจุบัน (หมายถึง ปี 1946) กล่าวโดยสรุปโลกทัศน์ประวัติศาสตร์แบบนี้ ประวัติศาสตร์คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในระดับปัจเจกบุคคลกับปัจเจกบุคคล (แทนที่จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในระดับสังคมในแบบที่สอง  หรือระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติแบบที่หนึ่ง)  เป็นประวัติศาสตร์เหตุการณ์สไตล์ ฟรังซัวส์ ซีมีออง นั่นคือ การให้ความสำคัญต่อปรากฏการณ์เคลื่อนไหวในระดับผิวน้ำของกระแสร์ธารประวัติศาสตร์แทนที่จะสนใจปัจจัยโครงสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นคลื่นใต้น้ำอันทรงพลังที่อยู่ในระดับลึก

ประวัติศาสตร์ในมิติที่สามนี้จึงมีลักษณะแกว่งไกว รวดเร็ว อ่อนไหวต่อการถูกกระทบราวกับอารมณ์มนุษย์  ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวอันใดก็ตามที่เกิดขึ้น (ในระดับผิวน้ำ)  แม้จะเป็นเพียงน้อยนิด  ก็ทำให้นักประวัติศาสตร์แนวนี้ตื่นตระหนก  ประเมินผลคาดการณ์กันไปต่างๆนานา  เราไม่ปฏิเสธการศึกษาประวัติศาสตร์แนวเหตุการณ์  เพราะการศึกษาประสบการณ์และอารมณ์อันหลากหลายของมนุษยชาติ ย่อมเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นพิศวงที่สุด

แต่ขณะเดียวกันการศึกษาประวัติศาสตร์แนวนี้ก็เป็นสิ่งที่อันตรายและอาจทำให้เราห่างจากความจริงทางประวัติศาสตร์ซึ่งซ่อนเร้นอยู่ได้  ข้าพเจ้าขอเตือนให้พวกเรานักประวัติศาสตร์ จงระมัดระวังประวัติศาสตร์แนวเหตุการณ์แบบที่ว่า  เพราะเรื่องที่เราศึกษามักจะเป็นเรื่องที่ “ร้อนคุกรุ่น” และเรามักจะเอาประสบการณ์ความรู้สึกส่วนตัวหรือคนร่วมสมัยเดียวกับเรา เข้าไปใส่ให้คนในอีกยุคประวัติศาสตร์หนึ่ง  เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะศึกษาเรื่องราวของยุคอื่น ของคนอื่น จึงกลายเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ของยุคเราเอง  หรือเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ความโกรธ ความใฝ่ฝันปรารถนา หรือมายาคติของตัวเราที่มีต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้นๆ นั่นเอง

เป็นยังไงบ้างกลับเรื่องราวเหล่านี้มันชั่งหน้าข่นลุกจริงๆเลยเชียวไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีจริงเหมือน  วิธี เข้าsbobet เพื่อจะไป สามารถเลือกร่วมสนุกได้มากมายหลากหลายรูปแบบ และ มี มีช่องทางการบริการ ดูแลลูกค้าที่หลากหลายครับ

 

ติดตามเรื่องราวลึกลับได้ตอนต่อไป

 

 

sbobet,กริฟฟอน,กริฟฟิน,griffin,griffon

เมื่อกล่าวถึง สัตว์ในเทพนิยายร่างกายเป็นครึ่งนกอินทรี ครึ่งสิงโต โดยส่วนหัว ขาคู่หน้าและปีก เป็นนกอินทรี ส่วนลำตัวและขาคู่หลังเป็นสิงโต และมีหางเป็นงู บางจำพวกก็มี หางของสิงโต ขนบนหลังเป็นสีดำ ขนที่อยู่ข้างหน้าเป็นสีแดง ส่วนขนปีกเป็นสีขาว อาศัยอยู่ในถ้ำ sbobet ตามภูเขา นั่นหมายถึง

สัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำ sbobet และทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่เป็นทอง

         กริฟฟอน หรือ กริฟฟิน (griffin, gryphin, griffon หรือ gryphon) เป็น สัตว์ในเทพนิยาย ร่างกายเป็นครึ่งอินทรี ครึ่งสิงโต โดยส่วนหัวและปีกเป็นอินทรี ส่วนตัวเป็นสิงโต และมีหางเป็นงู บางจำพวกก็มีหางของสิงโต

ตามตำนานแล้ว  เป็นผู้ลากรถม้าของพระอาทิตย์(อพอลโล) กรงเล็บแหลมคม ดุร้ายแต่เชื่องต่อเจ้าของ เรื่องพละกำลังและความไวก็ไม่เป็นสองรองใคร

sbobet,กริฟฟอน,กริฟฟิน,griffin,griffon

กริฟฟินมี การสะกด 24 แบบผ่านหลายๆยุค คือ

คือ gryffen, girphinne, greffon, grefyne, grephoun, griffen, griffin, griffion, griffon, griffoun(e), griffown, griffun, griffyn, grifon, grifyn, griphin, griphon, gryffin, gryffon, gryfon, gryfoun(e), gryphen, gryphin, และ gryphon

แต่แบบที่เห็นได้บ่อยในปัจจุบันจะมี 4 แบบคือ griffin ,griffon ,grifon และ gryphon
ตามตำนานกรีก กริฟฟิน เป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำของดินแดนไฮเปอร์โบเรีย(ดินแดนในตำนานซึ่งอยู่ทางขั้วโลกเหนือ มีแสงอาทิตย์ และความอุดมสมบูรณ์ตลอดกาล), เป็นรูปจำแลงของเทพีเนเมซิส เทพแห่งความพยาบาท ซึ่งทำหน้าที่หมุนวงล้อแห่งโชคชะตา, นอกจากนี้ยังเป็นผู้ลากรถม้าของพระอาทิตย์ (เทพอพอลโล) อีกด้วย

sbobet,กริฟฟอน,กริฟฟิน,griffin,griffon
สายพันธุ์ใหญ่ของกริฟฟินจะ เป็นของ กริฟฟิน Raptopantthera และมีการผันแปรเป็นสองแบบคือ กริฟฟินเหนือ หรือกริฟฟิน Hyperborean และกริฟฟินอินเดีย กริฟฟินเหนืออยู่ในเขตป่าเป็นเนิน และภูเขา ทางตะวันออกเฉียวเหนือของยุโรป และรัซเซีย กริฟฟินอินเดียพบในดินแดนหุบเขา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และตะวันออกกลาง รู้จักโดยลักษณะแมวของมัน ขัดแย้งกันขาหน้าลักษณะนกอินทรี

กริฟฟิน สลักบนตราทรงกระบอกจากเมืองโบราณชื่อ Susa ในอิหร่าน มันเป็นรูปกริฟฟินธรรมดา และลงวันที่ไว้ประมาณ 5,000 ปีก่อนค.ศ. กริฟฟินรูปอื่นๆ พบในสุสานของอียิปต์ และตราทรงกระบอกของชาวเมโสโปเตเมียเพื่อใช้แทนลายมือชื่อในภาษาเขียนยุคแรก

sbobet,กริฟฟอน,กริฟฟิน,griffin,griffon

กริฟฟินใช้ในตราประจำตระกูลเป็นส่วนใหญ่ รูปแบบที่ไม่เหมือนใคร และลักษณะที่สูงส่งของมัน ทำให้มันสมบูรณ์แบบสำหรับตราประจำตระกูล กริฟฟินเพศเมียในตราประจำตระกูลมีปีก ในขณะที่เพศผู้เสริมพัดหนามงอกออกมาจากหัวไหล่

กริฟฟินนั้นเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ และบางครั้งยังถือว่ากริฟฟินเป็นสัญลักษณ์ของความหยิ่งยโสอีกด้วย

ใน ยุคแรก กริฟฟินถูกเปรียบเทียบให้เป็นเหมือนกับซาตาน ที่คอยล่อลวงวิญญานของมนุษย์ให้ติดกับ แต่ต่อมากริฟฟินก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งทวยเทพ และมนุษย์ สำหรับพระเยซู เพราะมันเป็นเจ้าแห่งพิภพและเวหา อีกทั้งมีรังสีแห่งแสง อาทิตย์ ศัตรูของกริฟฟินคือ บาซิลิสก์ ซึ่งเปรียบได้กับรูปจำลองของซาตาน

sbobet,กริฟฟอน,กริฟฟิน,griffin,griffon

แม้กริฟฟินจะมีขนาดโตและพละกำลังมาก แต่อิเลียนคีตกวีบอกว่า “พวกมันชนะสัตว์อื่นๆ ไม่ยาก แต่มันไม่เคยประจันหน้ากับสิงโตและช้าง) ส่วนฟิลลอสสเตรทอส บอกว่า “พวกมันชนะช้างและมังกรได้มีแต่เสือเท่านั้นที่อยู่เหนือมัน”

กริฟฟินโด่งดังแพร่หลายไปทั่วโลก อยู่ในวัฒนธรรมต่างๆ โดยเราสามารถหารูปมันได้จากประติกรรมเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็น รูปปั้น กระเบื้องเคลือบ หรือตำนาน

กริฟฟินเป็นสัตว์ที่เป็นหนึ่งในสัตว์เทพนิยายที่อายุเก่าแก่ที่สุด กำเนิดขึ้นมานานตั้งแต่ 5,000 ก่อน โดยปรากฏตัวครั้งแรกในศิลปะของซีเธียนในตะวันออก ในบริเวณที่ราบสูงของเมโสโปเตเมีย ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษหลังจากนั้น มันก็เดินทางข้ามแม่น้ำไปไกลถึงไอร์แลนด์และจีน  สัตว์ร้ายทรงพลังตัวนี้เป็นทั้งผู้พิทักษ์และนักไล่ล่าในเวลาเดียวกัน

ในตำนานกรีกโบราณก็มีตำนานของกรีฟฟินเหมือนกัน ชื่อของมันกล่าวขานในหน้าของวรรณกรรม โดยคำว่ากริฟฟินมาจากภาษากรีก ซึ่งมีที่มาจากภาษาพวกฮิตไตต์อีกที ทำให้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่ากรีฟฟินถูกรังสรรค์จากชาวกรีกซึ่งถือว่าผิด เพราะถ้าหากเรามาดูประวัติศาสตร์และเทพนิยายของกรีกอย่างละเอียดแล้ว พบว่าแทบไม่มีการเอ่ยถึงกริฟฟินเลย แต่ที่น่าประหลาดใจคือมันกลับไปปรากฏโฉมในผลงานศิลปะต่างๆ มากมาย ส่วนในเทพนิยายของกรีกบอกเพียงว่า สิงโตมีปีกเหล่านี้คอยราชรถให้กับเทพและเทวีของกรีก

เอริสเทียส คือชาวกรีกที่เขียนถึงกริฟฟินครั้งแรก จากการบันทึกเดินทางไปยังทวีปเอเชียสมัยก่อนศตวรรษที่ 7 ที่นั้นมีชนเผ่าหนึ่งเล่าให้เขาฟังว่ามีเทือกเขาที่อุดมไปด้วยทองคำ ถูกเฝ้าโดยสัตว์น่ากลัวและประหลาดตัวหนึ่งซึ่งเอริสเทียสเรียกมันว่า“กริฟฟิน”

นักเขียนชาวกรีกอีกหลายคนอย่างเช่นเฮโรโดตัสและซเทเรียส พรรณนาถึงกริฟฟินเช่นกัน แม้ทั้งคู่จะไม่เคยเห็นมันก็ตาม ซเทเซียสเขียนถึงภูเขาที่เต็มไปด้วยฝูงของกริฟฟิน มันเป็นนกที่มสี่เท้า ตัวใหญ่เท่าจิ้งจอก มีขาและอุ้งเท้าเหมือนสิงโต………ส่วนเฮโรโดตัสบอกถิ่นที่อยู่ของกริฟฟินว่า จากไฮสเซดอนมีชายตาเดียวกับฝูงกริฟฟินตอยเฝ้าขุมทองในเทือกเขาอัลไตและเทียนซานและถิ่นทุรกันดารไกลโพ้น

ภาพลักษณ์ของกริฟฟินและลักษณะหน้าที่เฝ้าพิทักษ์ทองคำนั้นออกจะคล้ายคลึงกับมัวกร แต่น่ายกย่องมากกว่ามังกรตรงที่มันไม่บ้าเลือดฆ่าคนอื่นก่อน ซึ่งมันจะรอดูว่าผู้บุกรุกคนนั้นจะเป็นภัยกับตนหรือทองคำหรือเปล่าก่อนจึงค่อยฆ่า

นอกจากนั้นยังมีคความเชื่อว่า กรงเล็บของกริฟฟิน เป็นเครื่องรางต่อต้านความชั่วร้าย และโชคร้าย และสามารถตรวจพบพิษได้ ว่ากันว่าถ้ากรงเล็บของมันได้สัมผัสกับพิษจะมีสีคล้ำลง ส่วนขนของมันรักษาอาการตาบอด

ในขณะเดียวกันกริฟฟินยังปรากฏในตำนานอียิปต์ มันเกี่ยวของกับเทพเจ้าเซ็ธ ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับเทพแห่งสุริยะโฮรัส ในอัสสิเรีย ซึ่งกริฟฟินที่ออกมานั้นต่างกับของกรีกคือมันมีนิสัย “โลภจัด”
ในด้านลักษณะนิสัยของกริฟฟินซึ่งคนอื่นรู้จักกันดีว่ามันมีความลุ่มหลงทองคำ เมื่อใดที่พูดถึงกริฟฟินก็ต้องพูดถึงทองคำด้วยทุกครั้ง ซึ่งไม่แปลกอะไรเพราะโดยธรรมชาติสัตว์ประเภทนกทั่วไปก็ชอบของที่ประกายระยิบระยิบออกจากทองคำหรือเพชรเมื่อต้องดวงอาทิตย์อยู่แล้ว นอกจากนั้นกริฟฟินยังมีความสามารถในการหาทองคำหรือสมบัติที่ฝังในดินได้อีกด้วย

ในศตวรรษที่ 8 สตีเฟ่น สคอทัส นักประพันธุ์ไอริชเขียนว่า กริฟฟินเป็นสัตว์ประเภทผัวเดียวเมียเดียว เมื่อมันจับคู่สมรสแล้ว มันจะอยู่กับคู่ของมันตลอดชีวิต หากอีกฝ่ายตายจากก่อนมันจะไม่ยอมไปหาคู่ใหม่

เซนต์ ฮิสเดการ์ด แม่ชีชาวเยอรมันในสมัยศตวรรษที่ 12 ได้เขียนการวางไข่ของกริฟฟิน โดยบอกว่ากริฟฟินกำลังตั้งท้องมันจะไปหาที่วางไข่ที่ถ้ำที่มีทางเข้าแคบมาก แต่พื้นที่ภายในกว้างขวาง ไข่ของมันมีขนาดเท่านกกระจอกเทศ(บางตำนานบอกว่าไข่มันเป็นอัญมณี) และมันจะเฝ้าเลี้ยงลูกจนโตแข็งแรง

ในยุคแรกเริ่มของคริสต์ศาสนา ผู้เชี่ยวชาญของศาสนจักรเหมารวมเรียก กริฟฟินว่า มันเป็นสัตซ์ร้าย จนถูกเปรียบมันว่ามันเป็นเทพเจ้าของคนนอกศาสนา(ซษตาน) โดยเป็นสัญลักษณ์แทนพวกที่ข่มเหงรังแกสาวกพระเยซู แต่ต่อมากริฟฟินก็ได้ยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์เยี่ยงราชันย์ และเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซู  อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของพระสันตะปาปา

ในตำราบางครั้งกริฟฟินก็จัดอยู่ในสัตว์สัญลักษณ์ของความรู้ นอกจากนั้นมันยังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และขณะเดียวกันบางตำรามันก็โหดเหี้ยมดุร้าย มันเป็นศัตรูของม้าและคน หากบังเอิญไปพบมันเข้ามันจะฉีกขย้ำร่างมนุษย์เป็นชิ้นๆ แต่กระนั้นมันก็รู้จักบุญคุณและซื่อสัตว์เป็นเหมือนกันโดยใครที่ได้ช่วยเหลือในขณะที่มันบาดเจ็บ กริฟฟินจะยกอุ้งเท้าที่สามารถตรวจพิษในเครื่องตื่มได้ให้เป็นการขอบคุณ

หลังจากจักรวรรดิโรมันล่มสลาย สถาปัตยกรรมของโบสถ์ก็ยังมีรูปของกริฟฟินติดอยู่ตามวัดวา อาราม และทำให้พระที่มาจากตะวันตก ยุโรปสนใจ จึงได้คัดลอกลายนี้ไว้ไปเผยแพร่ด้วย ซึ่งทำให้กริฟฟินเป็นที่รู้จักถึงหมู่เกาะอังกฤษ แคว้นเวลส์และไอร์แลนด์ ซึ่งมีรูปลักษณ์ต่างกันเล็กน้อย

ต่อมาในศวรรษที่ 12 นักบุญ เบอร์นาร์ด แห่งแคลร์วอกซ์ ได้ทำการปฏิรูปศาสนาคริสต์ตลอดจนวัดอารามทั่วยุโรป อาจเป็นเพราะความเคร่งครัดทำให้กริฟฟินค่อยๆ หายจากโบสถ์

มาร์โค โบโล นักสำรวจชาวอิตาลี เคยออกเดินทางไปเมืองจีนเมื่อสมัยศตวรรษที่ 13 เขาอาจเคยเห็นกริฟฟินตัวเป็นๆ แถบเส้นทางสายไหม โดยเขาเล่าว่ามันคล้ายกับนกยักษ์มาดากัสคาร์ในมหาสมุทรอินเดียทีเรียกว่า “รักค์” ซึ่งมันมีขนาดใหญ่มโหฬาร

เมื่อมาถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา กริฟฟินก็ได้ปรากฏตราประจำตระกูลที่นิยมมากโดยเฉพาะของยุโรป แลบะในเทพนิยายนิยายเด็กโดยเรื่องแรกที่กริฟฟินปรากฏตัวคือ “อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์”

 

กริฟฟิน สัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำและทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่เป็นทอง ผู้เผ้าขุมสมบัติของ sbobet เว็ปแทงบอลออนไลน์ 24 ชั่วโมง ตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย ต้องการ สมัครสมาชิก FastBet888 หรือ ขอรับรหัสทดลอง เข้าชมก่อนได้ โดยติดต่อฝ่ายบริการ โทร 091-208-4440 ถึง 3 Line ID: FastBet888

sbobet,ตำนานเฮี้ยน,เรืองผี,ผีในโรงเรียน

เราเคยได้ยิเนเรื่องราวตำนานของ 10 มหาวิทยาลัยผีดุกันไปแล้ว คราวนี้มาฟัง “10 ตำนานเฮี้ยน ผี  sbobet ในโรงเรียนผีดุที่สุดของประเทศไทย” กันบ้าง โดยเรื่องเล่าต่อไปนี้นั้นเป็นตำนานที่ยังคงถูกพูดถึงและบอกเล่ากันมาปากต่อปาก จะหลอนและน่ากลัวแค่ไหน ไปดูกัน

 มาฟังเรื่องราว 10 ตำนานเฮี้ยน ผี  sbobet ในโรงเรียน ของประเทศไทย

10. ครูนาฏศิลป์

 เรื่องแรกเป็นเรื่องในโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี่เอง โดยนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนมักจะเคยได้ยินเรื่องราวของ “ครูวิภา” ครูสอนนาฏศิลป์ที่เคร่งครัด เข้มงวด ระเบียบต้องเป๊ะๆทุกอย่าง แถมยังเป็นครูที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการร่ายรำเป็นอย่างมาก จนมีวันหนึ่งที่ครูป่วยหนักจนถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วยความรับผิดชอบและรักในอาชีพ ครูจึงหนีออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะมาฝึกซ้อมเด็กๆในการแข่งขันรำไทย ในคืนนั้นเองอาการของครูทรุดลงทำให้ต้องไปเอายาที่ลืมไว้ในห้องนาฏศิลป์ แต่โชคไม่ดี และไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เช้าวันต่อมามีคนพบศพของครูวิภาในห้องนั้น..เวลาผ่านไปทางโรงเรียนต้องการจะทุบห้องนั้นทิ้ง แต่ทุกครั้งที่มีคนเข้าไปพยายามย้ายของจะมีเสียงดนตรีไทย และมีคน(หรือผี) มารำอยู่ในห้องนั้นทุกวัน!! จนช่างไม่กล้าเข้าไปย้ายของ ปัจจุบันห้องนาฏศิลป์ของครูวิภาก็ยังอยู่เหมือนเดิม..
 9. ตำนานผีโบว์เขียว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด..ปกติโรงเรียนก็มักจะมีกฎให้นักเรียนหญิงผูกโบว์ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีดำ น้ำเงิน แต่มีนักเรียนหญิงคนนึงที่ผูกโบว์สีเขียวมาโรงเรียนทุกวัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเธอ อยู่มาวันนึงเรื่องร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อพัดลมในห้องเรียนเกิดหล่นลงมาตรงที่ๆเธอนั่งพอดีทำให้เธอเสียชีวิตคาห้องเรียนแบบนั้น..เวลาผ่านไปเรื่องราวของเธอก็เงียบหายไปตามกาลเวลา จนมาถึงคาบเรียนของครูใหม่คนนึง ที่พอถามคำถามขึ้นและไม่มีใครตอบ จู่ๆ ครูก็พูดขึ้นมาว่า “อ่ะ โบว์เขียวตอบข้อนี้ซิ” นักเรียนที่อยู่ในห้องก็งงกันใหญ่ เพราะไม่มีใครผูกโบว์สีนี้ ครูก็ยังไม่หยุดชี้ไปที่หลังห้องบอกว่า “เด็กคนนั้นอ่ะ ที่อยู่หลังห้อง” พูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ!!

 8. อาถรรพ์โรงเรียนประถม

โรงเรียนประถมแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองนนทบุรีที่มีเรื่องเล่ามากมาย ทั้งเรื่องกุมารทองของบรรณารักษ์ห้องสมุด ที่พอตอนเช้าทีไรห้องสมุดที่จัดไว้เรียบร้อยต้องถูกรื้อ ค้น หนังสือกระจัดกระจาย อยู่ๆหนังสือก็ตกลงมาจากชั้นโดยที่แถวนั้นไม่มีคนแถมยังมีเสียงวิ่งเล่นของเด็กมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ และยังมีเรื่องห้องน้ำชายที่ถูกปิดตาย เพราะมีเสียงร้องไห้ปริศนา และมีคนเห็นวิญญาณของเด็กหญิงยืนร้องไห้สะท้อนกระจก!! แต่สุดท้ายก็ได้รู้ความจริงว่า ที่ดินตรงนี้แต่ก่อนเป็นโรงพยาบาลเก่า ขนาดพระยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นวิญญาณอาฆาตที่แรงกล้าของที่นี่

 7. รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง

เรื่องนี้เป็นเรื่องของห้องน้ำหญิงบริเวณโรงอาหารของโรงเรียนหนึ่ง ที่มีเรื่องเล่ากันว่ามักจะได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินวนไปวนมาในห้องน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เคยถูกฆ่าตายในห้องน้ำแห่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเธอใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ด้วย เลยทำให้ยิ่งเชื่อกันเข้าไปใหญ่ว่าวิญญาณของเธอยังไม่ไปไหน แต่ยังคอยวนเวียนอยู่ในจุดที่เธอตาย..

 6. ผีห้องพยาบาล

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของโรงเรียนชื่อดังแถวๆสยาม ที่เป็นแหล่งรวมเด็กเก่งทั้งหลาย เรื่องมีอยู่ว่าปกติเด็กๆที่ขี้เกียจเรียน อยากจะโดดเรียน ไม่ชอบเรียนวิชาไหนก็มักจะอ้างว่าปวดหัว ไม่สบายจนสุดท้ายต้องไปนอนที่ห้องพยาบาลใช่มั้ยคะ? แต่ที่โรงเรียนนี้คงจะทำอย่างนั้นได้ยาก เพราะมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าถ้าใครแอบป่วยไปนอนห้องพยาบาลล่ะก็จะเจอดี คือจะเห็นเท้าคนเดินมาแถวๆเตียงที่มีผ้ากั้นไว้ แต่กลับไม่เห็นเงาคน!! บ้างก็ได้ยินเสียงคนเดินแต่ไม่มีใครอยู่ในห้อง ทำเอาพวกเด็กแกล้งป่วยไม่กล้ามานอนห้องพยาบาลกันเลยล่ะค่ะ

 5. (ผี)คุณยายบนตึกเรียน

เป็นเรื่องราวที่นักเรียนเล่าต่อๆกันมา กับสิ่งที่ครูคนนึงได้เห็น..วันนั้นครูคนนี้มาโรงเรียนเช้าเลยยังไม่ค่อยมีคนมากนัก พอเดินไปถึงตึกจึงมองขึ้นไป กลับเห็นคุณยายแก่ๆคนนึงใส่ชุดออกจีนๆ ครูก็คิดในใจว่าเป็นผู้ปกครองของใคร? หรือมาหาใคร? จึงรีบเดินขึ้นตึก พอไปถึงชั้นกลับไม่พบคุณยายคนนั้นแล้วทั้งๆที่ทางขึ้น-ลงของตึกนี้มีอยู่ทางเดียว แค่คิดครูก็ขนลุกแล้วจึงตัดสินใจหันหลังเพื่อที่จะเดินต่อ..แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นยายคนนี้นั่งอยู่หน้าห้อง ครูจึงทำเป็นมองไม่เห็นและจะเดินเข้าห้องไป แต่ระหว่างที่เดิน ยายกลับหันคอตามครูไปจนเลือดค่อยๆไหลออกมาจากคอ ใบหน้าก็ยิ้มไปด้วย แล้วก็มีเสียงเอี๊ยดดดด!! ดังลั่นเหมือนเสียงกลอนประตู ครูจึงรีบวิ่งเข้าห้องและไม่หันกลับมาดู เหมือนเรื่องจะจบแล้วแต่พอนเย็นครูก็ได้ยินข่าวว่าแม่ของ ผอ. โรงเรียนตกบันไดคอหักเสียชีวิต เมื่อไปเห็นรูปก็ถึงกับช็อค เพราะคือคุณยายที่ครูเห็นตอนเช้านั่นเอง!!

 4. หลอน ณ อาคาร 6

เป็นเรื่องของโรงเรียนชื่อดังย่านปากเกร็ด นนทบุรี ที่ว่ากันว่าแต่ก่อนเคยเป็นศาลาพักศพมาก่อน จึงทำให้ทุกวันอังคารจะต้องมีการทำบุญตึก เพราะมีเรื่องราวหลอนๆเกิดขึ้นอยู่ตลอด เคยมีครูคนนึงทำงานเลิกดึก พอเดินลงมากลับเห็นเด็กใส่ชุดนักเรียนนั่งอยู่บนป้ายตรงทางเดิน ครูจึงเข้าไปถามว่า เป็นอะไร ทำไมยังไม่กลับบ้าน แต่พอเด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นครูก็ตกใจจนร้องไม่ออก เพราะน้ำตาของเด็กคนนั้นไหลออกมาเป็นเลือด แถมป้ายที่นั่งอยู่ก็ติดกับผนังไม่มีทางที่คนจะนั่งตรงนั้นได้ ครูเลยต้องรีบวิ่งกลับบ้านไป เรื่องไม่ได้มีแค่นี้ เพราะเคยมีเด็กที่มาเช้าๆ นั่งรอเพื่อนในห้องอยู่ดีๆก็มีเด็กหญิงใส่ชุดนักเรียนเดินเข้ามา แต่หน้าไม่คุ้น ถึงถามว่าชื่ออะไรหรอ ทำไมมาเช้าจัง? เด็กคนนั้นไม่ตอบกลับร้องไห้และวิ่งออกไปตรงระเบียงพร้อมกลับกระโดดลงไป!! เมื่อวิ่งตามไปดูกลับไม่เห็นร่างของใครทั้งนั้น เลยว่ากันว่าเป็นวิญญาณของรุ่นพี่ที่เคยกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั่นเอง

3. ผีเหรียญในโรงเรียน

คงไม่แปลกที่ใครจะอยากลองเล่นผีถ้วยแก้วเพื่อลองดีในโรงเรียน แต่เมื่อฟังเรื่องนี้แล้วหลายคนอาจจะกลัวจนไม่กล้าเล่นก็ได้ เป็นเรื่องของห้องดนตรีไทยที่ถูกปิดตาย ที่ว่ากันว่าใครเดินผ่าน ใครไปส่องดูต้องเจอดีอยู่บ่อยๆ เลยทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งอยากลองของเลยไปเล่นผีเหรียญในห้องนั้นดู ตอนแรกๆก็คิดว่าคนเป็นคนผลักเหรียญ หลังๆเริ่มน่ากลัวขึ้นจนเพื่อนคนนึงในกลุ่มลงไปนอนชักอยู่กับพื้น ที่เหลือจึงตะโกนเรียกเพื่อนที่รออยู่ข้างนอกให้เข้ามาช่วยแต่ก็ไม่มีใครเข้ามา จู่ๆ ลมพัดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ทำเอาประตูหน้าต่างชนกันดังปังๆๆ จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูแต่เปิดยังไงก็ไม่ออก จึงพากันยกมือไหว้ขอขมา ขอโทษที่เข้ามาลบหลู่ ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย..เพื่อนที่รอยู่ข้างนอกก็ตกใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมไม่เรียกให้ช่วย ทั้งๆที่ข้างในตะโกนกันแทบตาย แต่ข้างนอกได้ยินแต่เสียงหัวเราะ!!

 
 2. เรื่องของตึก 2

โรงเรียนมัธยมวัดพระศรีมหาธาตุ ที่มีตึกสุดหลอนที่เด็กๆเล่ากันมาจนหลอนนั่นก็คือตึก 2 ที่เมื่อก่อนมีลิฟท์แต่จู่ๆก็เลิกใช้กันโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ แต่จริงๆทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าลิฟท์ตัวนี้มันไม่ธรรมดา เพราะเคยมีคนงานก่อสร้างตายขณะที่กำลังติดตั้งลิฟท์ตัวนี้อยู่ คนเลยมักเจอเรื่องแปลกๆบ่อย ทั้งเงาประหลาด เสียงกรีดร้อง และมือผีที่โผล่ออกมาให้เห็นกันจะๆ เรื่องของตึก 2 ยังไม่หมด เพราะมีเรื่องของห้องน้ำที่ตอนเย็นๆใครเข้าไปใช้งานมักจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆอยู่ตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่คน!! แถมยังเคยมีคนเห็นเงาคนต่อคิวทั้งๆที่ออกมาก็ไม่มีใคร เสียงเปิด-ปิดประตูที่ดังปึ้งปั้งๆ ทั้งๆที่ไม่มีคนอยู่ ทำเอาคนไม่กล้าเดินผ่านห้องน้ำคนเดียวเลย

  1. ใครในห้องสมุด

เป็นเรื่องของห้องสมุดในโรงเรียนชื่อดังที่ว่ากันว่ามีเรื่องเฮี้ยนเรื่องหลอนให้เล่ากันได้ทุกวี่ทุกวัน คนที่เจอบ่อยสุดคงหนีไม่พ้นบรรณารักษ์ที่นั่งๆอยู่ก็จะเห็นเงาดำๆอยู่บริเวณมุมมืดของห้องสมุดแต่พอเดินไปดูกลับไม่มีใคร กลับมานั่งก็ได้ยินเสียงคนคุยซุบซิบกัน เสียงวางหนังสือ ทั้งๆที่ในห้องนั้นไม่มีใคร..บางครั้งตอนเช้าพอเปิดห้องสมุดมากลับมีรอยเท้าเดินทั่วห้องสมุดทั้งๆที่ก่อนจะปิดห้องก็ทำความสะอาดอย่างดีแล้ว ทำเอางงกันไปหมด!! อีกเรื่องที่เป็นตำนานก็คือเรื่องของบัตรยืมห้องสมุดของอดีตนักเรียนคนนึงซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่กลับมีคนเห็นบัตรยืมของเค้าไปตกอยู่ตรงมุมมืดที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปใช้งานบ่อยๆ ขนาดทุกวันนี้ยังมีคนเอาบัตร(ผี)ใบนี้มาคืนอยู่บ่อยๆ จนบรรณารักษ์หลอนกันไปหมด

post by sbobet แทงบอลออนไลน์ 24 ชั่วโมง ตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ดีที่สุด มั่นคง ปลอดภัย ต้องการ สมัครสมาชิก FastBet888 หรือ ขอรับรหัสทดลอง เข้าชมก่อนได้ โดยติดต่อฝ่ายบริการ โทร 091-208-4440 ถึง 3 Line ID: FastBet888
ช้างศึก

แข้ง ช้างศึก ทีมชาติไทย ตบเท้ารายงานตัวแล้ว เตรียมโม่แข้งศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดเผยนักเตะชุดนี้เตรียมไว้เล่นฟุตบอลโลก ตั้งเป้าคว้าแชมป์มาครองให้ได้ ส่วน รายชื่อทีมยช.19ปีทีมชาติไทยชุดเตรียมสู้ศึก 2 รายการใหญ่ นำโดยสตาร์ดังอย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ดาวเตะจากชลบุรี โดยที่การเก็บตัวในช่วงพักเบรกไทยลีก จะมีขึ้นที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอกที่ห่างเหินการใช้งานมาอย่างยาวนาน

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดสู้ศึก ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ตบเท้าเข้ารายงานตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา (29 พ.ค.59) ที่โรงแรมดุสิตธานี

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่านักเตะที่เรียกมาติดทีมทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มผู้เล่นที่เตรียมไว้สำหรับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ซึ่งตนมองว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในตอนนี้

“เรามีเวลาฝึกซ้อมแท็กติกจริงๆ เพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่งส่วนตัวไม่เป็นห่วงเรื่องทรงบอลของทีมและความฟิตเพราะนักเตะชุดนี้เล่นด้วยกันมานาน นอกจากนั้นจะส่งผู้เล่นที่พร้อมและดีที่สุดเพราะต้องการเน้นผลการแข่งขัน เนื่องจากเป้าหมายของเราคือคว้าแชมป์เท่านั้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตัวนักเตะเอง และเป็นการเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลประเทศไทยฯ”

สำหรับรายชื่อนักเตะทั้ง 23 คน มีดังนี้ ผู้รักษาประตู – กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เอสซีจี เมืองทองฯ), ชนิทร์ แซ่เอียะ (ชลบุรี) , สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (สุพรรณบุรี)

กองหลัง – นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สุพรรณ ทองสงค์, (เอสซีจี เมืองทองฯ), มิก้า ชูนวลศรี (แบงค็อก ยูไนเต็ด), อดิศร พรหมรักษ์ (บีอีซี เทโรศาสน)

กองกลาง – ประกิต ดีพร้อม (ชลบุรี), ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น (เอสซีจี เมืองทองฯ), ศราวุธ มาสุข (บางกอกกล๊าส), บดินทร์ ผาลา (เชียงราย ยูไนเต็ด), ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร (อาร์มี่ ยูไนเต็ด), สรรวัชญ์ เดชมิตร (แบงค็อก ยูไนเต็ด), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ชลบุรี), มงคล ทศไกร (อาร์มี่ ยูไนเต็ด)

กองหน้า – ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร (เอสซีจี เมืองทองฯ), ธนา ชะนะบุตร (การท่าเรือ)

สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมแข่งขันในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 20.00 น. ขณะที่อีกคู่ จอร์แดน พบ ยูเออี เวลา 17.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งผู้ชนะจะเข้ารอบชิงชนะเลิศในวันที่ 5 มิถุนายน

โดยที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศรายชื่อทีมยช.19ปีทีมชาติไทยชุดเตรียมสู้ศึก 2 รายการใหญ่ นำโดยสตาร์ดังอย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ดาวเตะจากชลบุรี โดยที่การเก็บตัวในช่วงพักเบรกไทยลีก จะมีขึ้นที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอกที่ห่างเหินการใช้งานมาอย่างยาวนาน

ทีมฟุตบอลเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทยชุดเตรียมสู้ศึก 2 รายการใหญ่ในปีนี้ ทั้งการแข่งขันชิงแชมป์อาเซี่ยน รวมถึงศึกชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายภายใต้การคุมทัพของ”โค้ชหนุ่ย”เฉลิมวุฒิ สง่าพล ล่าสุดได้มีการประกาศรายชื่อ 25 ผู้เล่นชุดแรกที่เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงฟีฟ่า เดย์ รายงานตัว วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13.00 น. ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอก ซึ่งถือว่าไม่ได้ใช้งานมาอย่างยาวนาน โดยรายชื่อทั้่ง 25 ราย ประกอบด้วย

ผู้รักษาประตู – ชาคร พิลาคลัง(ชลบุรี) , ทาโร่ ประสานการ(พัทยา ยูไนเต็ด) , ทักดนัย กลมเกลี้ยง(แบงค็อก ยูไนเต็ด)

กองหลัง – ชินภัทร ลีเอาะ(พัทยา ยูไนเต็ด) , ศฤงคาร พรหมสุภะ(ระยอง) , มีโชค มหาศรานุกุศล(การท่าเรือ) , อาทิตย์ การสังเวชน์(พานทอง) , ศรายุทธ สมพิมพ์(แบงค็อก) , โชติภัทร พุ่มแก้ว(เชียงราย ยูไนเต็ด) , อดิศักดิ์ นารัตน์โท(โอสถสภา เอ็ม150 สมุทรปราการ)

กองกลาง – ศิวกร แสงวงศ์(บางกอกกล๊าส) , วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ(ชลบุรี) , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , ศุภโชค สารชาติ(บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทั้งคู่) , กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์(ราชบุรี มิตรผล ) , จักกฤษณ์ เวชภิรมย์ , สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ(แบงค็อก ยูไนเต็ดทั้งคู่) , ศุภชัย ใจเด็ด(โอสถสภา เอ็ม150 สมุทรปราการ)

กองหน้า – สิทธิโชค ภาโส(ชลบุรี) , สุขสันต์ มุ่งเป้า , สีหนาท สุทธิศักดิ์(พัทยา ยูไนเต็ดทั้งคู่) , สรวิทย์ พานทอง(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) , วิศรุต อิ่มอุระ(แบงค็อก) , ศิริมงคล จิตบรรจง(สุพรรณบุรี) , ฤทธิเดช เพ็ญสวัสดิ์(พานทอง)

ขณะที่ 5 ผู้เล่นที่รอสแตนด์บายในกรณีที่ 25 คนแรกมีอาการบาดเจ็บหรือถอนตัวมีดังนี้ 1.กรพัฒน์ นารีจันทร์ , 2.เจริญศักดิ์ วงศ์กรณ์ , 3.เตชดล ชูวิลาศ , 4. อภิสิทธิ์ โสรฎา และ 5.เอกนิษฐ์ ปัญญา